หลักการสู่ความสำเร็จ 6 ข้อของ Jeff Bezos บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก

3422
โหมดถนอมสายตา
Seattle City Council | flickr
แชร์บทความนี้

เจฟฟ์ เบโซส (Jeff Bezos) คือตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของความสำเร็จทางธุรกิจอย่างไร้ข้อกังขา การันตีด้วยตำแหน่งบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก แม้ว่าความสำเร็จทางธุรกิจอาจไม่ได้หมายถึงความสำเร็จที่แท้จริงเสมอไป แต่เชื่อเถอะว่า เขาสามารถให้บทเรียนอันมีค่าแก่เราได้มากมาย เพราะความสำเร็จของเขามักเป็นผลมาจากหลักการที่เขายึดถือในการใช้ชีวิตและนำมาปรับใช้กับการบริหารบริษัท Amazon จนเติบโตได้ถึงปัจจุบัน

หลักการสู่ความสำเร็จ 6 ข้อของ เจฟฟ์ เบโซส ต่อไปนี้จึงควรค่าแก่การเรียนรู้และนำไปใช้ในชีิวิตอย่างยิ่ง แม้ว่าคุณจะเป็นนักธุรกิจหรือไม่ก็ตาม

1. เลิกเสียใจ

นี่คือกฏข้อแรกที่เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางแห่งความสำเร็จของเบโซส ในปี 1994 เบโซสมีหน้าที่การงานที่มั่นคงอยู่แล้วในกองทุนหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง แต่เมื่อกระแสอินเทอร์เน็ตเริ่มมาแรง เขาจึงเล็งเห็นถึงโอกาสทางธุรกิจที่ตามมา และกล้าลาออกจากงานประจำของตนด้วยหลักการเลือกทำสิ่งที่จะไม่ต้องมาเสียใจทีหลัง ซึ่งคำตอบของเขาก็คือ การลาออกจากงานและรับความเสี่ยงที่จะตามมา เพราะเขาไม่อยากมาเสียใจทีหลังที่ไม่กล้าลาออกนั่นเอง ซึ่งถ้าทำตามหลักการนี้แล้ว เขาจะไม่มีทางเสียใจทีหลังแม้จะพบกับความล้มเหลว เพราะอย่างน้อยก็ได้พยายามจนถึงที่สุดแล้ว

ถ้าคุณกำลังเผชิญกับการติดสินใจอันยากลำบาก ลองนำหลักคิดนี้ไปใช้ดูสิ และเลือกทำสิ่งที่คุณจะต้องมานั่งเสียดายในอนาคตน้อยที่สุด   

2. มองการณ์ไกล

James N. Mattis | flickr

เบโซส เป็นคนมีวิสัยทัศน์ทางธุรกิจที่ยาวไกล เขาไม่สนใจผลกำไรในระยะสั้น แต่กลับมองภาพรวมว่าบริษัทควรเป็นไปไหนทิศทางไหน แล้วจะทำอย่างไรให้บรรลุภาพที่ตั้งไว้ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม Amazon จึงสามารถลงทุนซ้ำได้ในจำนวนเกือบทบผลกำไรทั้งหมดได้ การมองการณ์ไกลหมายถึงการคาดหวังผลในอนาคตด้วย Amazon จึงเลือกที่จะทำธุรกิจบนระบบคอมพิวเตอร์แบบ Cloud เพราะเขาคาดเดาว่ามันจะเป็นที่นิยมในอนาคต ทำให้บริษัทก้าวไปไกลกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ และได้รับรายได้จำนวนมหาศาลจากระบบดังกล่าวด้วย

แล้วคุณล่ะ? เคยคิดภาพไว้บ้างไหมว่าชีวิตจะเป็นอย่างไรในหลายปีต่อจากนี้?

3. ยึดมั่นในวิสัยทัศน์

การตั้งวิสัยทัศน์กับการยึดมั่นทำตามวิสัยทัศน์นั้นเป็นคนละเรื่องกัน ครั้งหนึ่ง เบโซสเคยกล่าวว่า “เรายึดมั่นในวิสัยทัศน์ แต่ยืดหยุ่นในรายละเอียด” คุณต้องมีความมุ่งมั่นมากพอจะไปให้ถึงเส้นชัย โดยไม่วอกแวกไปกับโอกาสหรือผลประโยชน์ระยะสั้นๆ ตามรายทาง คุณต้องมีทั้งความเข้มแข็ง วิริยะอุตสาหะ และความหลงใหลตั้งใจในเป้าหมายระยะยาวของตนเอง

“เรายึดมั่นในวิสัยทัศน์ แต่ยืดหยุ่นในรายละเอียด”

4. ยืดหยุ่นในรายละเอียด

ในขณะที่ยึดมั่นกับเป้าหมาย คุณก็ต้องยืดหยุ่นกับรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ด้วย ซึ่งหมายความว่า คุณไม่ควรจะยึดติดกับหนทางใดหนทางหนึ่งในการบรรลุเป้าหมายนั้น แต่ควรเปิดใจลองหนทางอื่นๆ ด้วยหากทางแรกไม่เป็นผลสำเร็จ อย่ายึดติดกับสิ่งใดมากจนเกินไป จงระมัดระวังภาวะต้นทุนจม(Sunk cost trap) หรือ การดันทุรังทำธุรกิจที่ไม่น่าไปรอดเพราะเสียดายเงินที่ลงทุนไป

5. ทดลองสิ่งใหม่

คนเราจะยืดหยุ่นได้ต้องอาศัยกรอบความคิดที่กล้าทดลอง เต็มใจลองสิ่งใหม่ๆ ต่อให้จะต้องล้มเหลว Amazon เองก็พบกับความล้มเหลวมาไม่น้อย เช่น การผลิตสมาร์ทโฟนอย่าง Fire Phone แต่มันก็เป็นบทเรียนให้พวกเขาได้เรียนรู้ว่าวิธีไหนที่เวิร์คกว่า

ลองทำสิ่งใหม่ๆ ในชีวิตดูบ้าง ลองทำโปรเจ็คต่างๆ เรียนรู้รสชาติของความผิดพลาด หากปราศจากการทดลอง คุณก็ไม่มีทางเจอหนทางที่ดีที่สุดสู่เป้าหมายของคุณ

6. สร้างคุณค่าให้ตนเอง

วิสัยทัศน์หลัก ของ Amazon คือการก้าวเป็นบริษัทที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลางอันดับหนึ่งของโลก ดังนั้นพวกเขาจึงทุ่มเทอย่างหนักเพื่อสร้างคุณค่าแก่ลูกค้าให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เห็นได้จากนวัตกรรมมากมายที่ออกมา อย่างเช่น Amazon Prime บริการเหมาจ่ายรวมค่าขนส่งสำหรับลูกค้า

คุณเองก็ควรมุ่งมั่นสร้างคุณค่าให้ชีวิตของตนเช่นกัน กล่าวกันว่า ความสำเร็จของคุณคือผลพลอยได้จากการช่วยเหลือคนอื่นให้ประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้น ยิ่งคุณช่วยเหลือคนอื่นมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งประสบความสำเร็จมากเท่านั้น

บทเรียนเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำได้ยากแม้จะฟังดูไม่ซับซ้อน แต่เชื่อเถอะว่ามันจะทำให้ชีวิตคุณพัฒนาขึ้นไปอีกระดับหนึ่งเลย และการไปให้ถึงศักยภาพสูงสุดของตัวเองก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

Source : LifeOptimizer

 

คู่มือประสบความสำเร็จ แอดไลน์

รับแรงบันดาลใจดีๆ ทุกวัน กดไลค์

แชร์บทความนี้