20 สิ่งที่จะทำให้คุณเป็น เศรษฐี เงินล้าน ภายในเวลาแค่ 5 ปี

67494
แชร์บทความนี้

หากคุณต้องการเป็น เศรษฐี ภายในเวลา 5 ปี แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกว่าจะไปถึงจุดนั้นได้ ต้องแลกกับหลายสิ่งและเอาชนะอุปสรรคมากมาย แต่คุณทำได้แน่นอน! หากคุณมีความแน่วแน่ความเหนื่อยยากทั้งหลายจะกลายเป็นอาจารย์สอนคุณ และสร้างคุณให้กลายเป็นผู้ที่รับมือได้กับทุกสถานการณ์

และนี้คือ 20 สิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณเป็น “เศรษฐีเงินล้าน”

การปฏิสัมพันธ์กับผู้คน

การไปถึงจุดที่เงินในบัญชีมีมากกว่า 10 ล้าน ทักษะที่สำคัญมากคือ การจัดการความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ไม่มีทางที่คุณจะเป็น เศรษฐี ได้หากคุณไม่รู้จักการติดต่อกับผู้คนรอบข้าง คุณจะต้องเตรียมพร้อมรับมือแม้กระทั่งเพื่อนสนิทของคุณที่เคยทำให้คุณโกรธสุดขีด หรือคนในครอบครัวที่เคยหักหลังคุณ บางครั้งสิ่งเหล่านี้อาจเกิดขึ้นแบบคาดไม่ถึง

การรู้จักให้อภัย

ชีวิตของเราต้องดำเนินต่อไปข้างหน้า หากเรายึดติดแต่กับเรื่องในอดีตและความผิดบาปในใจจะทำให้สิ่งนั้นกลับมาหลอกหลอนเราไปทั้งชีวิต ผู้เขียนเคยมีประสบการณ์ถูกหลานแกล้งและโกรธมาก แต่หลังจากนั้นไม่กี่อาทิตย์หลานของผู้เขียนเสียชีวิตกะทันหันโดยที่ไม่ได้รับการให้อภัย สิ่งนี้หลอกหลอนและฝังใจผู้เขียนมานานหลายปี

“การให้อภัยคือการแก้แค้นที่ดีที่สุด”

จัดการกับการเงิน

ในการเริ่มต้นทำธุรกิจปีแรกๆ หลายท่านประสบปัญหาการจัดการการเงินล้มเหลว เป็นหนี้ธนาคารและเสียเบี้ยปรับที่เกิดจากการคืนเงินล่าช้าอย่างมหาศาล หลายท่านต้องเสียรถเสียบ้านเพื่อนำมาใช้หนี้ ให้ธุรกิจดำเนินไปต่อ เมื่อใดที่เราได้เรียนรู้จากความสูญเสียเราสามารถทำให้ธุรกิจพลิกฟื้นจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ในเวลาไม่นาน

เรียนรู้ที่จะทุกข์ก่อนมีความสุข

ผู้เขียนเคยมีประสบการณ์ อันหนาวเหน็บในเมือง Delaware ตอนนั้นเขาไม่มีเงินแม้แต่จะเช่าโรงแรม ต้องนอนในรถอีกทั้งยังติดหนี้ธนาคารกว่า 200 เหรียญ เพียงคืนเดียวก่อนหน้าที่เขาจะได้รับเงินค่าจ้าง 10,000 เหรียญ ทำให้เขาได้เรียนรู้ถึงความทุกข์ยาก

“ประสบการณ์คืออาจารย์ผู้เข้มงวด มันให้บททดสอบก่อนบทเรียน” – Oscar Wilde

กล้าเผชิญกับความอับอาย

ครั้งหนึ่ง ในห้างสรรพสินค้าผู้เขียนเคยหน้าแตกจากการไม่สามารถรูดบัตรเครดิตได้ ไม่ว่าเขาจะเปลี่ยนบัตรกี่ใบก็ตาม ทั้งๆที่มีผู้คนรอต่อคิวซื้อของกว่า 10 คน  ในวันนั้นเขาต้องกลับไปกินเพียงปลาทูน่าที่เหลือและซ้ำร้ายยังโดนตัดน้ำตัดไฟ และล้างช้อนด้วยน้ำฝน มันช่างเป็นช่วงเวลาที่น่าอับอายที่สุดในชีวิต แต่ต้องอดทนให้ผ่านพ้นไป

อย่าอายที่จะขอความช่วยเหลือ

ณ จุดหนึ่งของการทำธุรกิจ ต้องมีสักครั้งที่เกิดการฝืดเคือง บริษัทไม่สามารถโตต่อไปได้ เราไม่สามารถทำหน้าที่ทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว อาจจำเป็นต้องจ้างนักกฎหมาย ผู้จัดการ พนักงานช่วยเหลือชั่วคราวและอีกหลายตำแหน่งเพิ่ม แน่นอนว่าเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่าย แต่สิ่งที่ได้ตอบแทนมานั้นมันคุ้มค่าอย่างมาก นักธุรกิจหลายท่านทำทุกอย่างด้วยตัวเองเพียงเพราะการยึดมั่นในตัวเอง ซึ่งนั่นไม่เป็นผลดี

เอาชนะความกลัว

จากประสบการณ์ ผู้เขียนเคยถูกครูต่อว่าในวิชาการอ่านเขียนภาษาอังกฤษ สอบตกถึงสามครั้งในชั้นมัธยม เขาไม่มีความเชื่อมั่นว่าทักษะการเขียนหนังสือของเขาจะประสบผลสำเร็จ ถึงแม้ว่าเขาจะมีความคิดสร้างสรรค์มากมาย แต่แล้ววันหนึ่งเขาได้ก้าวออกมาจากความหวาดกลัวนั้น และเขียนหนังสือให้คนทั้งโลกได้อ่านงานเขียนอันวิจิตรของเขา วันหนึ่งพรสวรรค์ในตัวคุณจะเปิดโอกาสดีๆให้ชีวิต จงอย่ากลัว

เลิกหาข้อแก้ตัวให้กับตัวเอง

เคยหรือไม่? ที่คุณเคยโทษสิ่งรอบตัวที่เป็นอุปสรรคทำให้คุณไม่ประสบความสำเร็จในธุรกิจ พยายามหาข้ออ้างมารองรับความผิดพลาด และให้มันควบคุมชีวิตคุณ แทนที่คุณจะควบคุมชีวิตตนเอง เรามาเริ่มปรับทัศนคติกันใหม่ ให้อุปสรรคสร้างแนวคิดใหม่ๆและเปิดมุมมองให้ชีวิตคุณกันเถอะ

เชื่อมั่นในคนรอบข้าง

เศรษฐี

เมื่อความรู้สึกแง่ลบทั้งหลายถาโถมเข้ามาสู่ชีวิต ให้คุณลองยอมรับความรู้สึกนั้นแล้วบอกเล่าความรู้สึกอันอ่อนแอให้ผู้คนที่คุณไว้ใจ หลังจากนั้นคุณจะรู้สึกปลอดโปร่งและสามารถกลับมาทำงานสู้ชีวิตผ่านอุปสรรคทั้งหลายไปได้ด้วยพลังใจอันสูงสุด

ลองเสี่ยงดูบ้าง

ก่อนที่จะกลายเป็น เศรษฐี คุณอาจต้องรับความเสี่ยงในชีวิตมามากมาย การจะรับความเสี่ยงนั้นคุณต้องมีความเชื่อมั่นในตนเองและผู้อื่นระดับหนึ่ง ความเชื่อมั่นนั้นจะพาคุณไปสู่เป้าหมายหากคุณแน่วแน่ตั้งใจ คุณอาจจะพบก้าวกระโดดที่สำคัญในชีวิตเลยก็ได้ แม้บางครั้งเราจะไม่รู้ว่าผลของมันจะพาเราไปในทิศทางใดแต่แน่นอนว่าคุณต้องได้เรียนรู้ประสบการณ์ครั้งสำคัญ

ตรงเวลา

เวลา

หลายครั้งที่เราพบว่าคนที่มาสายมักได้รับความสนใจกว่าคนอื่น แต่เชื่อเถอะว่าการไปตรงเวลาหรือก่อนเวลานั้นย่อมดีกว่าเพียงได้เป็นจุดสนใจ ลองคิดตามหากเราต้องพลาดตกเครื่องบินพียงเพราะเรามาสายแค่สองนาที และทำให้เราพลาดนัดครั้งสำคัญซึ่งส่งผลต่อธุรกิจ มันคงไม่ใช่เรื่องสนุกแน่นอน

ปล่อยเป็นหน้าที่ของมืออาชีพ

ความแตกต่างของมือใหม่และมืออาชีพคือ มือใหม่จะทำทุกอย่างซึ่งรู้ทั้งรู้ว่าจะทำให้เสียเวลาอันมีค่าของตนเองไป แต่ยังคงทำและผลลัพธ์ที่ได้ไม่คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป มืออาชีพจะวางหน้าที่ให้ผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆทำแทนตนเอง และใช้เวลาอันมีค่าไปกับด้านที่ตนเองถนัด ทำให้ผลงานออกมามีประสิทธิภาพ แม้มันอาจจะมีรายจ่ายเพิ่ม แต่แน่นอนว่ามันคุ้มค่า

“หากคุณต้องการสิ่งใด คุณจะทำทุกทางเพื่อให้ได้มันมา แต่หากคุณไม่ได้ต้องการคุณจะหาข้ออ้าง” – Jim Rohn

เรียนรู้อย่างเข้มงวด

ในแต่ละปี ผู้เขียน อ่านหนังสือปีละกว่า 100 เล่ม เพื่อที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น เขาใช้เวลาอย่างน้อยวันละ 4 ชั่วโมงในการศึกษา และพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้คนที่ได้พบ เรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ ทำให้เขามีความพร้อมด้านองค์ความรู้ในการพัฒนางาน

ฝึกฝนและเสริมสร้างทักษะ

คุณต้องมีทักษะการพูด การอ่านการเขียน การติดต่อกับผู้อื่น ผู้เขียนได้ฝึกฝนการเขียนประมาณ 3000 คำต่อวัน ส่งอีเมล์ไปให้ผู้อื่นทุกสัปดาห์ และตอบโทรศัพท์มากมายในทุกๆวัน ทำให้ทักษะเหล่านี้พัฒนาและใช้เวลาน้อยลงเพื่อได้ประสิทธิผลสูงสุด

โอบกอดโอกาสไว้

การออกไปพบปะผู้คน เดินทางไปยังที่ต่างๆ แม้ว่ามันจะไม่ได้ทำให้เกิดรายได้ แต่การได้ทักทาย พูดคุย และรู้จักผู้คนที่หลากหลาย จากทั่วทุกมุมโลก สามารถเปิดโอกาสทางธุรกิจ มีเครือข่ายที่ใหญ่ขึ้น จนบางครั้งโอกาสต่างๆก็ก้าวกระโดดเข้ามาในชีวิตคุณอย่างไม่คาดฝัน

รู้จักการเลือกโอกาส

หลายครั้งที่เราต้องเลือกปล่อยปลาเล็กเพื่อจับปลาตัวใหญ่ เพื่อให้ได้ผลงานที่ดีกว่า เราต้องใช้การตัดสินใจอันแยบยนเพื่อเลือกโอกาสที่ดีกว่า ซึ่งอาจทำให้เราเสียความสุขบางส่วนไป แต่ไม่เป็นไรคุณสามารถโอนผ่านโอกาสนั้นให้กับคนที่ต้องการมากกว่าคุณ

คิดให้ใหญ่

การตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งของผู้เขียนคือ การเปลี่ยนจากผู้บริโภคมาเป็นผู้ผลิต นี่คือความแตกต่าง ผู้บริโภคกิน พิซซ่า แต่ผู้ผลิตทำพิซซ่า ผู้บริโภคดูวิดีโอ ผู้ผลิตสร้างวิดีโอ แทนที่จะสนองความต้องการของตนเอง แต่เราพลิกให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ

อย่าหยุดที่จะเป็นผู้ให้

คุณคงเคยได้ยินคำว่า“ยิ่งให้ ยิ่งได้รับ” นี่คือความลับของคนร่ำรวย ผู้ที่รวยที่สุดเป็นผู้ให้มากที่สุด ผู้เขียนพบความลับนี้เมื่อได้ทำงานเป็นอาสาสมัคร มีคนสำคัญของเมืองท่านนึงได้ให้เวลา พลังกาย และเงินเพื่อผู้อื่น ทำให้เขาได้รับมากกว่าผู้อื่น

“จากสิ่งที่เราได้มา ทำให้เราดำรงชีวิตได้ แต่สิ่งที่เราให้ไป ทำให้ชีวิตเป็นชีวิต” – Arthur Ashe

ฝันให้ไกล ไปให้ถึง

คุณต้องตั้งเป้าหมายที่ทำให้คุณกลัว แล้วมันจะตอบแทนคุณอย่างคุ้มค่า มันจะทำให้คุณกลายเป็นคนที่มีความสามารถบรรลุเป้าหมาย จนวันหนึ่งเมื่อคุณบรรลุเป้าหมายผ่านมาแล้วคุณจะพบว่า ตัวคุณเต็มไปด้วยพลังและความสามารถมากกว่าที่คุณคิดเอาไว้ในตอนแรก

 เดินทางตามจุดมุ่งหมาย

เศรษฐี

เมื่อคุณมีความสามารถเกินกว่าจุดมุ่งหมาย คุณไม่สามารถทำสิ่งใดให้ดีกว่าเดิมได้ แต่เมื่อใดที่คุณตั้งเป้าให้ใหญ่กว่าตัวคุณ ทุกสิ่งล้วนเป็นไปได้ และทำให้คุณเป็นมากกว่าที่ตัวคุณเป็นอยู่ตอนนี้

จงจำไว้! หากคุณต้องการเป็น เศรษฐี ใน 5 ปี คุณต้องเป็นตัวของตัวเอง คว้าโอกาสที่จะทำให้คุณแสดงความสามารถอย่างก้าวกระโดด ไม่ว่าคุณจะมีตำแหน่งเป็นเพียงพนักงานขายหรือเพิ่งเริ่มต้นธุรกิจ แต่หากคุณมีความปรารถนาและมีความสามารถมากพอ คุณจะเป็น เศรษฐี โดยที่คุณไม่รู้ตัว

แชร์บทความนี้

คู่มือประสบความสำเร็จ แอดไลน์

รับแรงบันดาลใจดีๆ ทุกวัน กดไลค์