คุยกับลูกอย่างไร? ให้ได้ดีและประสบความสำเร็จ

1164
แชร์บทความนี้

คนเราเมื่อมีลูกก็มักจะหาวิธีเลี้ยงลูกจากหนังสือ จากคำแนะนำของเพื่อนๆ หรือจากแหล่งข้อมูลที่มีล้นหลามบนอินเตอร์เน็ต นอกนั้นก็อาจจะเลี้ยงลูกจากสัญชาตญาณ หรือตามวิธีที่เราคิดว่าถูก เพราะท้ายที่สุดแล้วทุกคนก็อยากให้ลูกของเรามีอนาคตที่ดีที่สุด

มีหลากหลายวิธีที่คุณสามารถใช้สอน สนับสนุน และให้กำลังใจลูกคุณได้ แต่เมื่อถึงเวลาที่เราได้พูดกับลูกแล้ว เราจะพูดกับลูกด้วยวิธีแบบ growth mindset หรือแบบวิธี fixed mindset ดีล่ะ?

Growth Mindset vs. Fixed Mindset

ในความเป็นจริงแล้วการแทรกความคิดแบบ Growth mindset และ Fixed mindset สู่เด็กแทบจะไม่ต่างกันเลย เพราะทั้งสองวิธีก็ล้วนเป็นการพูดชมเชย แต่ต่างกันแค่ตรงที่วิธี Growth จะเน้นให้ความสำคัญกับวิธีการเรียนรู้ ในขณะที่อีกวิธีซึ่งก็คือแบบ Fixed จะเน้นที่ผลลัพธ์ของการเรียนรู้หรือสิ่งที่ได้จากการเรียนรู้

Growth mindset จะทำให้เกิดความรู้สึกอยากที่เรียนรู้มากกว่าความรู้สึกหวยหาความสำเร็จแบบวิธี fixed มันจึงเป็นเรื่องสำคัญของการที่เด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูแบบ growth mindset จะไม่เชื่อในความล้มเหลว หรือพูดง่ายๆ ก็คือ fixed mindset จะทำให้เด็กรู้สึกล้มเหลวเมื่อพวกเขาไม่สามารถทำตามเป้าหมายได้สำเร็จ ขณะเดียวกัน growth mindset จะไม่ให้เด็กๆ คิดว่าพวกเขาเป็นไอ่ขี้แพ้ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถทำภารกิจสำเร็จก็ตาม

ตัวอย่างถ้อยคำพูดแบบ growth mindset และ fixed mindset

กระบวนการเรียนรู้แบบ Growth mindset จะเป็นวิธีที่เน้นให้เห็นถึงศักยภาพในตัวเด็กมากกว่าความเฉลียวฉลาดของเด็ก และนี่คือตัวอย่างประโยคที่ทำให้เห็นถึงข้อแตกต่างระหว่าง growth mindset และfixed mindset

Fixed mindset: ตอบถูกหมดเลย ฉลาดมาก!

Growth mindset: เธอตอบถูกหมดเลยเห็นมั้ยว่าสิ่งที่คุณพยายามมันไม่ได้สูญเปล่าเลย

Fixed mindset: เธอไขปริศนาเร็วมาก เธอมีพรสวรรค์ด้านนี้จริงๆ เก่งมากๆ

Growth mindset: เก่งมาก ไหนลองไขปริศนาที่ยากกว่านี้ดูซิ ฉันว่ามันต้องหมูมากๆสำหรับเธอแน่ๆ

เพราะอะไร growth mindset ถึงสำคัญ

ดอกเตอร์ คาโรล เดวก นักวิจัยผู้บุกเบิกเรื่อง mindset หรือกรอบความคิดเองมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เชื่อว่าgrowth mindsetเป็นสิ่งสำคัญในการกระตุ้นหรือให้กำลังใจ ต่อความเชื่อมั่นและต่อการประสบความสำเร็จที่ไม่มีสิ้นสุด เวลาที่เด็กลองทำอะไรเป็นครั้งแรก ในหัวของเขาไม่ได้คิดว่าเขาจะทำมันอย่างไร หรือเขาฉลาดแค่ไหน โอกาสมันมีมากมายที่จะให้พวกเขาได้ลองทำ

มันเป็นเรื่องการปลูกฝังให้เด็กรู้จักคุณค่าในตัวเองและปล่อยให้เขากล้าที่จะเสี่ยง และมั่นใจในตัวเองในการทำอะไร

เดวกและเพื่อนร่วมงานได้จัดทำการวิจัยเกี่ยวกับเรื่อง growth mindset และ fixed mindset ในกลุ่มนักเรียนระดับชั้นเกรด7 ที่สอบได้คะแนนเท่าๆกัน โดยในระยะเวลามากกว่าสองปี ผลเกรดของทั้งสองกลุ่มก็ออกมาต่างกัน

ซึ่งจากผลสำรวจก็พบว่านักเรียนที่เรียนรู้ด้วยวิธีfixed mindsetจะมีเป้าหมายที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด คือพวกเขาจะไม่ทำอะไรที่เสี่ยงจะโชว์ความผิดพลาดของพวกเขา ในขณะที่เด็กที่เรียนรู้ผ่านวิธี growth mindset จะเชื่อว่าความฉลาดเป็นสิ่งที่แสวงหามาได้ ดังนั้นเด็กกลุ่มนี้ก็ไม่กลัวที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

แล้วเมื่อไหร่เราควรจะเริ่มปลูกฝังเด็กผ่านวิธี growth mindset

จากการวิจัยพบว่ามันไม่มีคำว่าช้าเกินไปหรือเร็วเกินไป เพราะโดยทั่วไปแล้วธรรมชาติของเด็กจะเติบโตไปตามแบบวิธี growth mindset อยู่แล้ว แต่การวิธีที่เราเลี้ยงดูเขาก็สามารถส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกระบวนการเรียนรู้ของเด็กให้กลายเป็น แบบ fixed mindset เช่นกัน ในฐานะที่เป็นพ่อแม่เรามักจะชมลูกเราจนบางครั้งเราลืมว่ามันอาจจะส่งผลกระทบต่อลูกเราได้

ในความเป็นจริงแล้ว ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดคือช่วงเวลาที่เด็กเริ่มฟังรู้เรื่อง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเด็กช่วงวัยอื่นๆจะเรียนรู้ไม่ได้ เพราะมันฝึกกันได้

เด็กวัยโตจะมีกระบวนการเรียนรู้สิ่งต่างๆผสมทั้งแบบ growth และ fixed mindset ซึ่งขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของเขาส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งก็มาจากพ่อแม่ซึ่งเป็นคนที่สามารถช่วยพัฒนากระบวนการเรียนรู้แบบ growth mindset ในตัวเด็ก ผ่านการใช้คำพูด การสนับสนุน และการคิดบวก

 

Source : Lifehack

แชร์บทความนี้

คู่มือประสบความสำเร็จ แอดไลน์

รับแรงบันดาลใจดีๆ ทุกวัน กดไลค์