8 เทคนิคที่ช่วยคุณพัฒนา ‘การเรียนรู้’ และ ‘จดจำ’ สิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น

2868
โหมดถนอมสายตา
แชร์บทความนี้

คุณสามารถเรียนรู้และจดจำอย่างมีประสิทธภาพได้ ถ้าหากคุณมีวิธีการที่ดีที่ช่วยจดจำเรื่องราวน่าสนใจ และสามารถนำมันมาปรับใช้ได้จริง ดังนั้น มาชม 8 เทคนิคที่ช่วยคุณพัฒนาการเรียนรู้และจดจำสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้นกันเลย

1. อ่าน อ่าน และอ่าน

เราจะพบว่าการทำอะไรอย่างซ้ำไปซ้ำมาหลาย ๆ รอบ เผลอแปบเดียวมันก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปเสียแล้ว การอ่านหนังสือหรือทบทวนบทเรียนต่างๆ ก็เช่นกัน หากเราอ่านซ้ำไปซ้ำมาหลายๆ รอบ เราก็สามารถซึมซับและเข้าใจเนื้อหาในสิ่งที่เรียนรู้มาได้ทั้งหมด

2. บันทึกเสียงเอาไว้ เพื่อมาทวนซ้ำอีกรอบ

ช่วงเวลาที่มีการสอน อบรม หรือประชุมกันนั้น บางครั้งเราก็ไม่สามารถจดโน้ตได้ทัน เพราะเราอาจจะตั้งใจฟังจนเพลินและไม่ได้โน้ตเนื้อหาสำคัญไว้สักเท่าไหร่ ฉะนั้น เครื่องบันทึกเสียงจึงเป็นสิ่งสำคัญอยู่ไม่น้อยในการเรียนรู้และจดจำ หรืออาจพูดได้ว่าเป็นเครื่องช่วยจำแทนตัวเราเลยก็ว่าได้

แต่ถ้าหากว่าคุณบันทึกมันเก็บไว้ แล้วไม่เคยนำมาเปิดทบทวนเลย ก็เท่ากับว่าไม่ได้ใช้ประโยชน์กับเครื่องบันทึกเสียงแม้แต่น้อย ฉะนั้น หากเราบันทึกอะไรเก็บไว้แล้วก็ควรนำมันมาเปิดให้ได้คิดได้ทบทวนซ้ำบ่อยๆ พร้อมกับโน้ตคีย์เวิร์ดที่สำคัญ ๆ ไว้ด้วย ยิ่งช่วยให้คุณเรียนรู้และจดจำมันได้ดีขึ้นมากทีเดียวล่ะ

3. จดทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณสงสัยลงสมุดโน้ต

สมุดวางแผนความสำเร็จ Sumrej Planner

คุณอาจจะกำลังทบทวนบทเรียนอะไรสักอย่างอยู่แล้วเกิดไม่เข้าใจหรือสงสัยกับเรื่องนั้นๆ แต่ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ เราขอแนะนำว่าคุณควรจดคำถามของคุณลงในสมุดโน้ต อาจจะใช้วิธีแบ่งครึ่งหน้ากระดาษ อีกด้านหนึ่งเป็นคำถามและอีกด้านหนึ่งเป็นที่ว่างสำหรับคำตอบ ซึ่งวิธีการจดสิ่งที่สงสัยลงในสมุดโน้ตอันนี้จะช่วยให้คุณไม่ลืมคำถามหรือเนื้อหาที่คุณสงสัยมาตลอด ทั้งยังช่วยให้คุณจำคำตอบของคำถามเหล่านั้นได้ดีขึ้นด้วย

4. พยายามอ่านออกเสียงในส่วนที่คิดว่าสำคัญ

พยายามอ่านออกเสียงคีย์เวิร์ดของเรื่องที่เรียนรู้มา เพราะการอ่านออกเสียงจะช่วยในเรื่องความจำคล้ายกับการที่เราพูดมันออกไปสองรอบ เพราะรอบแรกคือนึกในใจและเปล่งเสียงในหัว และรอบสองคือเปล่งเสียงออกมาจริงๆ ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่ากระบวนการที่มากกว่าก็มักจะทำให้เราจดจำได้มากกว่า

อีกวิธีที่น่าสนใจในการอ่านออกเสียงก็คือ การพูดสิ่งที่เรียนรู้มาให้คนอื่นฟัง เช่น การสอน การอธิบาย และการติวทบทวน เพราะระหว่างที่เราพูดให้คนอื่นฟังนั้น เราก็ได้ฟังเสียงตนเองด้วยและเพื่อนที่ฟังก็จะได้เรียนรู้บทเรียนเหล่านั้นตามไปด้วย เหมือนเราได้ทบทวนความรู้ไปในตัว ซึ่งเทคนิคนี้เองที่สามารถช่วยให้เราจดจำได้ถึง 90% ของสิ่งที่เราเรียนรู้มาเลยทีเดียว

[อ่านเพิ่มได้ที่นี่] ทำอย่างไรคุณจึงจะสามารถจดจำสิ่งที่คุณเรียนรู้ได้มากถึง 90%

5. เขียน Mind mapping ปะติดปะต่อเรื่องราว

Mind mapping เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่จะช่วยให้คุณจำเรื่องที่เรียนรู้มาได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากว่ารูปแบบของ Mind mapping นั้น ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อนให้คุณสามารถเชื่อมโยงเนื้อหาของเรื่องนั้นๆ ได้ เช่น เราอาจเขียนหัวข้อหลักเรื่องใดเรื่องหนึ่งไว้ และหลังจากนั้นก็พยายามนึกถึงหัวข้อย่อยของมัน และแตกแยกย่อยออกไปเท่าที่จะนึกได้ ซึ่งหัวข้อต่างๆ เหล่านี้ต้องเชื่อมโยงและสัมพันธ์กัน ฉะนั้นเราจึงสามารถบอกได้ว่า Mind mapping ก็เหมือนตัวช่วยในการสรุปย่อบทเรียนของคุณ ซึ่งคุณไม่จำเป็นต้องเขียนเนื้อหาทั้งหมดลงไป เพียงแต่หาคีย์เวิร์ดที่สำคัญๆ ของเรื่องนั้นๆ  และแยกย่อยมันออกไป ที่สำคัญ Mind mapping ยังช่วยให้เราคิดอย่างเป็นกระบวนการและยังทำให้สามารถจำภาพรวมของข้อมูลได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

6. หาบททดสอบให้ตัวเองอยู่เสมอ

หากเราอ่านหนังสือเพียงอย่างเดียวอาจจะยังไม่พอสำหรับการพัฒนาด้านความจำได้ดีเท่าใดนัก เราคิดว่า คุณอาจจะต้องหาอะไรบางอย่างเพื่อมาวัดผลและทดสอบตัวเองอยู่บ่อยๆ ก่อนที่คุณจะต้องลงสนามจริง สิ่งหนึ่งที่อยากแนะนำคือ ถ้าหากคุณอยากทบทวนเนื้อหาที่เรียนรู้มาให้จำได้แม่นๆ ล่ะก็ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ บททดสอบ แน่นอนว่าบททดสอบเหล่านั้นจะช่วยให้คุณทดสอบได้ว่าความรู้ที่คุณจำมานั้น จำได้แค่ไหน? เข้าใจมากน้อยเพียงใด? อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวบรวมเนื้อหาและคำถามสำคัญมากมายอีกด้วย ฉะนั้นควรฝึกหาบททดสอบให้กับตัวเองบ่อนๆ เพื่อให้สามารถจำภาพรวมของเนื้อหาที่เรียนรู้มาให้ได้

7. ฝึกฝน ฝึกฝน และฝึกฝน

การที่จะสามารถจำสิ่งที่เรียนมาได้นั้น แน่นอนว่าคุณต้องนำบทเรียนเหล่านั้นกลับมาทบทวนและฝึกฝนอยู่เป็นประจำ หากพบว่าคุณไม่เข้าใจปัญหาเรื่องนี้เสียที คุณก็จำเป็นต้องฝึกฝนมันบ่อยขึ้น เช่น การหาข้อมูลที่สนใจมาลองฝึกฝนทดสอบตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ให้คุณรู้ลึกรู้จริง จนคุณสามารถจำวิธีการทั้งหมดได้อย่างแม่นยำ

8. ทานอาหารที่มีประโยชน์ และในปริมาณที่เหมาะสม

ในงานวิจัยจะพบว่า การขยันขันแข็งท่องจำสิ่งต่าง ๆ ที่เรียนรู้มานั้นอาจยังไม่เพียงพอสำหรับการพัฒนาความจำเท่าใดนัก ซึ่งนักวิจัยได้บอกว่า การทานอาหารที่มีประโยชน์ในประมาณที่เหมาะสมก็จะช่วยในเรื่องความจำได้ เช่น การทานอาหารจำพวกผัก ผลไม้ หรือแม้แต่พืชตระกูลถั่วต่างๆ ก็จะช่วยในเรื่องความจำให้ดีขึ้นได้

Source : Acadoceo

 

คู่มือประสบความสำเร็จ แอดไลน์

รับแรงบันดาลใจดีๆ ทุกวัน กดไลค์

แชร์บทความนี้