“เป้าหมาย 3 ประเภท” ที่ทุกคนควรมี เพื่อให้เส้นทางความสำเร็จ เป็นไปได้มากยิ่งขึ้น!

2403
แชร์บทความนี้

มีหลายคนที่มักเกิดความรู้สึกเสียดายที่ไม่เคยได้ทำตามความฝันของตัวเองเพราะกลัวความเสี่ยงที่อาจต้องเผชิญ พวกเขาจึงเลือกจะทำอะไรแบบเดิมๆ ต่อไป แต่การตั้งเป้าหมายนี่แหละที่เป็นสิ่งที่จะนำคุณออกจากพื้นที่ปลอดภัยได้ มันเป็นเหมือนจุดเช็คระหว่างทางไปยังจุดมุ่งหมายที่ฝันไว้ โดยเริ่มต้นจากเรื่องเล็ก ๆ ทำไปเรื่อย ๆ เพื่อวัดความก้าวหน้าของแผนโดยรวมที่ได้ตั้งไว้

การตั้งเป้าหมาย ก็เหมือนกับการวางเส้นทางไปสู่ความสำเร็จ ลองนึกถึงเวลาที่คุณขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อน การเดินทางเช่นนี้ย่อมต้องใช้เวลายาวนาน จึงควรจะต้องมีการหยุดรถระหว่างทางบ้าง เช่น การหยุดพักเพื่อทานอาหาร หรืออาจจะต้องแวะปั้มเพื่อเติมน้ำมันเผื่อไว้ในกรณีฉุกเฉินไงล่ะ

ดังนั้น จงเผชิญหน้ากับเป้าหมายเล็กๆ ที่จะหล่อหลอมคุณให้ก้าวไปสู่จุดหมายที่ใหญ่กว่า และจงวางแผนการเดินทางให้เป็นตามเป้าหมายในแบบที่เหมาะกับคุณ ด้วยเป้าหมายทั้ง 3 ประเภทนี้ นั่นก็คือ เป้าหมายระยะสั้น เป้าหมายระยะกลาง และเป้าหมายระยะยาว นั่นเอง

1. การตั้งเป้าหมายระยะยาว

เริ่มด้วยการกำหนดเป้าหมายระยะยาว เป้าหมายระยะนี้จะกินเวลานานหลายปีกว่าจะทำให้สำเร็จได้ โดยให้คุณกำหนดเป้าหมายนี้เป็นอันดับแรก เนื่องจากเป้าหมายระยะยาวจะมีผลต่อเนื่องกับการเลือกเป้าหมายระยะกลางและสั้นได้

เป้าหมายระยะยาว ควรเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องที่เฉพาะเจาะจงหรือเกินจริงบ้างก็ได้ อย่างเช่น “อนาคตคุณต้องการเป็น CEO ของบริษัทที่คุณรักให้ได้” หรืออาจเป็นเป้าหมายกว้างๆ อย่างเช่น “คุณอยากมีโอกาสได้ทำงานในรายกายโทรทัศน์” หรือ “อยากทำงานในวงการแฟชั่น” เป็นต้น แต่ยังไงก็ตาม คุณก็ควรพยายามระบุให้เฉพาะเจาะจงเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะว่าจะได้วางแผนสิ่งที่ควรทำก่อนจะไปถึงจุดหมายได้ถูกต้องและเหมาะสม

2. การกำหนดเป้าหมายระยะสั้น

กำหนดเป้าหมายเล็กๆ ที่คุณสามารถทำให้สำเร็จได้ในเวลาสั้นๆ หรือระยะเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์โดยประมาณ ลองถามตัวเองว่าคุณต้องทำอะไรบ้างในสัปดาห์นี้ ที่จะช่วยให้ชีวิตคุณเดินไปตามทางที่คุณวางแผนระยะยาวไว้ได้ ยกตัวอย่างเช่น หากคุณอยากเป็นนักเขียน เป้าหมายระยะสั้นของคุณอาจจะเป็น การฝึกเขียนบทความได้ห้าหน้ากระดาษ หรืออาจเข้าคอร์สอบรมการเขียนรายสัปดาห์ ไม่ก็เริ่มอ่านหนังสือในเรื่องที่กำลังอยากศึกษาอย่างจริงจัง ซึ่งการทำเป้าหมายเล็กๆ เหล่านี้ให้สำเร็จนี่แหละ ที่เหมือนกับการค่อยๆ ฝึกฝนคุณให้มีวินัยและพร้อมที่จะตั้งเป้าหมายให้ใหญ่กว่าเดิมได้

3. การเลือกเป้าหมายระยะกลาง

หลายคนอาจเข้าใจว่า คนเราขอแค่มีเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาวก็เพียงพอในการจะก้าวเดินสู่ความสำเร็จได้แล้ว แต่ทว่า หากสังเกตุให้ดีช่วงห่างของระยะสั้นและยาวนั้นกลับมีระยะห่างกันมากไปจนเกินพอดี ทำให้บางครั้งเมื่อเวลาผ่านไปสักระยะ เราก็มักหลงลืมเป้าหมายตรงหน้าไปได้ง่ายๆ ดังนั้น เราจึงต้องมีสิ่งที่เข้ามาช่วยเติมเต็มระหว่างระยะทั้งสองนี้ให้สมบูรณ์ นั่นก็คือ ‘เป้าหมายระยะกลาง’

เป้าหมายระยะกลางนั้นอาจใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนไปจนถึงหนึ่งปีในการทำให้สำเร็จ อาจจะเป็นการเข้าเรียนคอร์สระยะยาว การฝึกงานฝึกประสบการณ์ การเรียนต่อ หรือว่าการเปลี่ยนงานของคุณก็ได้ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ต้องอาศัยการวางแผนว่าอะไรคือสิ่งที่คุณจะต้องทำให้ได้ในระยะเวลาที่กำหนดไว้นั่นเอง

เมื่อคุณบรรลุเป้าหมายระยะกลางนี้ได้สำเร็จแต่ละครั้ง มันจะช่วยสร้างความก้าวหน้าก้าวใหญ่ๆ ให้กับเส้นทางที่คุณหวังไว้ในระยะยาวได้ ทั้งยังช่วยให้คุณก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัยได้มากกว่าการค่อยๆ บรรลุเป้าหมายระยะสั้นอีกด้วยนะ ซึ่งความยากลำบากในระยะนี้แหละ ที่ทำให้ผู้คนต่างสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองสู่สิ่งที่ตั้งไว้ในระยะยาวได้สำเร็จ

 

Source: Entrepreneur

แชร์บทความนี้

คู่มือประสบความสำเร็จ แอดไลน์

รับแรงบันดาลใจดีๆ ทุกวัน กดไลค์