นักธุรกิจทั้ง 6 ที่ประสบความสำเร็จมากกว่าใคร และสามารถพูดได้หลายภาษาด้วย!

1969
แชร์บทความนี้

การพูดได้มากกว่า 1 ภาษานั้นเป็นประโยชน์อย่างมากในการทำธุรกิจ นักวิจัยค้นพบว่าคนที่พูดได้มากกว่าหนึ่งภาษาจะมีความสามารถในการควบคุมและประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันมากกว่าคนธรรมดา

นอกเหนือจากความสนใจในสิ่งต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นแล้ว การเรียนรู้ภาษาใหม่ ๆ จะเป็นประโยชน์ต่องานของคุณด้วยไม่ว่าจะเป็นวิธีการทำงาน รวมถึงความสามารถในการสื่อสารกับผู้คนจำนวนมากขึ้น และสามารถได้รับมุมมองหรือข่าวสารใหม่ๆ บนโลก

และต่อไปนี้คือตัวอย่างของผู้นำธุรกิจชั้นนำของโลกที่พูดได้มากกว่า 1 ภาษา

Mark Zuckerberg ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Facebook

TechCrunch/ Flickr

ในปี 2014 Mark Zuckerberg กลายเป็นพาดหัวข่าวใหญ่ เมื่อเขาทำให้นักศึกษาที่มหาวิทยาลัย Tsinghua ของปักกิ่งประหลาดใจ โดยการตอบคำถามทุกข้อในช่วงถาม-ตอบ เป็นภาษาจีนกลาง

ขณะพูดกับนักเรียน Zuckerberg กล่าวว่าเขาเรียนภาษาจีนทุกๆวัน และเหตุผลก็คือเขาต้องการที่จะพูดคุยสื่อสารกับครอบครัวของภรรยานั่นเอง แน่นอนว่ามีหลายคนตั้งข้อสังเกตว่ามีเหตุผลทางธุรกิจสำหรับการศึกษาภาษาจีนกลางของ Zuckerberg เนื่องจากในประเทศจีน เว็บไซต์ Google, Facebook และ Youtube ถูกบล็อก

Jack Ma ผู้ก่อตั้งและบริหารของ Alibaba

UNclimatechange/ Flickr

Alibaba เป็น บริษัท E-Commerce ที่ใหญ่ที่สุดของจีนและเป็นบริษัทอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดอันดับที่ 6 ของโลก โดยมีคนกุมบังเหียนใหญ่นั่นก็คือ Jack Ma ซึ่งถือเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ที่ดีเยี่ยมจนทำให้ Alibaba ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยส่วนแบ่งตลาดคิดเป็น 80% ของตลาดช้อปปิ้งออนไลน์ของจีนและมีมูลค่าธุรกรรมรวม 248 พันล้านเหรียญในปีที่แล้ว ซึ่งมากกว่า eBay และ Amazon รวมกันซะอีก

Jack Ma พูดได้สองภาษา เขาเติบโตขึ้นมาในเมืองหางโจว เมืองหลวงของจังหวัดเจ้อเจียงของจีน เขาเริ่มให้ความสนใจในการเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่อายุ 12 ขวบ เขาใช้เวลากว่า 40 นาทีในทุกๆวัน ปั่นจักรยานไปยังโรงแรมที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมากอาศัยอยู่ และเริ่มฝึกภาษาอังกฤษของเขา โดยการนำเที่ยวฟรีทั่วเมืองเพื่อที่จะได้พูดคุยกับชาวต่างชาติเหล่านั้น เป็นเวลา 8 ปีด้วยกัน นอกจากนี้เขาได้เรียนรู้หลักสูตรเพื่อเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ จากนั้นก็จะได้เข้าสู่ธุรกิจ E-commmerce เป็นครั้งแรก ในฐานะการเป็นล่ามให้กับตัวแทนการค้าในเมืองซีแอตเทิลในปี 1995

Sergey Brin ผู้ร่วมก่อตั้งของ Google และประธานบริษัท Alphabet

Steve Jurvetson/ Flickr

Google ก่อตั้งขึ้นในปี 1998 โดย Larry Page และ Sergey Brin พวกเขาพบกันที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและหลังจากนั้นพวกเขาก็ดรอปการเรียนไว้เพื่อออกไปร่วมกันสร้าง Google ได้อย่างเต็มที่

Brin เกิดในกรุงมอสโกและย้ายไปอเมริกาเพื่ออยู่กับครอบครัวของเขาตอนเขาอายุได้เพียงหกขวบ  การออกจากมอสโคว์ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับพ่อแม่ของเขา แต่พวกเขาตัดสินใจทำมัน ด้วยเหตุผลเกี่ยวกับการต่อต้านชาวยิวที่พวกเขาเผชิญในตอนที่รัสเซียยังเป็นสหภาพโซเวียต และ Brin ยังคงพูดภาษารัสเซียกับพ่อแม่ของเขา

Ohanian ผู้ร่วมก่อตั้ง Reddit

nrkbeta/ Flickr

Ohanian ร่วมก่อตั้ง Reddit ในปี 2005 มีคำนิยามกันว่า Reddit เป็นเหมือน “หน้าแรกของอินเตอร์เน็ต”เลยทีเดียว Ohanian เติบโตมาด้วยการพูดภาษาเยอรมันและเขาลงวิชาภาษาเยอรมันเป็นวิชาเพิ่มเติมที่มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย เขายังเขียนในโปรไฟล์ LinkedIn ของเขาอีกว่า “จะว่าผมโกงนิดๆก็ได้ เพราะแม่ของผมมาจากฮัมบูร์ก”

Marissa Mayer อดีตประธานบริษัทและซีอีโอของ Yahoo!

Magnus Höij/ Flickr

Marissa Mayer เข้าร่วม Google ในฐานะพนักงานคนที่ 20 และเป็นวิศวกรหญิงคนแรกของบริษัท เธอสร้างหน้าแรกที่โดดเด่นของ Google ในขณะนั้น และเติบโตขึ้นจากแผนกย่อยที่ทำงานในผลิตภัณฑ์ต่างๆของ Google ซึ่งได้แก่ AdWords ซึ่งเธอเป็นผู้รับผิดชอบรายได้ส่วนใหญ่ของ Google

ในปี 2012 เมเยอร์กลายเป็นประธานและซีอีโอของ Yahoo! ซึ่งเธอต้องรับผิดชอบในการเปลี่ยนแปลง รูปแบบการทำงานบริษัทเทคโนโลยีเก่าแก่นี้ เธอออกจากบริษัทในเดือนมิถุนายนปีนี้ หลังจากที่ Verizon เข้าซื้อกิจการของบริษัท และกำลังมองหาตำแหน่งซีอีโอคนต่อไป เธอพูดได้ทั้งภาษาสเปนและเยอรมัน (ทั้งแบบเยอรมันและแบบสวิตซ์เซอร์แลนด์) และเธอยังเล่าถึงเรื่องการไปใช้ชีวิตที่สวิตซ์เซอร์แลนด์ว่า ตอนที่เธออยู่ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เธอไม่ได้ใช้ภาษาที่เธอได้เรียนรู้มาเลย ดังนั้นเธอเลยขวนขวายในการเรียนรู้ด้วยตัวเองด้วยการมาใช้ชีวิตที่นี่

Jan Koum ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ WhatsApp

Tech.eu Photostream/ Flickr

จากหมู่บ้านเล็กๆที่อยู่นอกเมืองเคียฟในประเทศยูเครน สู่ดินแดนภูเขา Koum ย้ายมาที่ California เมื่ออายุได้ 16 ปี พร้อมแม่และยายของเขา ในที่สุดเขาก็ได้เข้ามาทำงานที่ Yahoo ! และเขาได้พบกับ Brian Acton ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง WhatsApp  ทั้งคู่ใช้เวลาร่วมกันเป็นปีๆ ในการเดินทางไปทั่วอเมริกาใต้ซึ่งเขากล่าวว่า มันทำให้เขาได้รู้ถึงข้อจำกัดของเครื่องมือสื่อสารที่มีอยู่อย่าง Skype

ถัดไปไม่กี่ปี WhatsApp ประสบความสำเร็จในทันที และถูกซื้อไปโดย Facebook ในปี 2014 ในราคา 19,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และปัจจุบันมีผู้ใช้งานต่อวัน 1 พันล้านคน

แม้ว่าเขาจะอาศัยอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียตั้งแต่อายุ 16 ปี Koum ก็ยังพูดภาษารัสเซียได้อย่างคล่องแคล่วและได้สร้าง WhatsApp ให้เป็น บริษัท ระดับโลกอย่างแท้จริงซึ่งตัวแอพพลิเคชั่นสนับสนุน 60 ภาษากับผู้ใช้ทั่วโลก

 

Source: Businessinsider

แชร์บทความนี้

คู่มือประสบความสำเร็จ แอดไลน์

รับแรงบันดาลใจดีๆ ทุกวัน กดไลค์