5 ข้อผิดพลาดใน “การทำงาน” ที่คน Gen Y ทุกคนควรเรียนรู้!

1351
แชร์บทความนี้

บรรดาผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าในปี 2020 คน Gen Y จะเข้ามามีบทบาทในบริษัทและองค์กรต่างๆ ประมาณ 50% และเพิ่มเป็น 75% ภายในปี 2030 ผู้ประกอบการทั้งหลายอาจเริ่มรู้สึก ถึงการเปลี่ยนผ่านนี้แล้ว และมองว่าเป็นเรื่องดีเสียด้วย อย่างที่ แมกซ์ อาร์มบรูซเตอร์ ประธานบริหารบริษัท Talk Push กล่าวว่า “พวกเด็ก Gen Y ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้อะไรจากผมหรอก เพราะตอนนี้ พวกเขาถือว่ามีบทบาทสำคัญมากๆ แล้ว”

คน Gen Y หรือที่อาจถูกเรียกในบางครั้งว่าเป็น “Me Me Me Generation” คือ เด็กรุ่นที่มีความรอบรู้เรื่องของเทคโนโลยีสูงมาก แต่ก็ถูกมองว่าเห็นแก่ตัว ขี้เกียจ และหลงตัวเองที่สุดด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ดี เด็ก Gen Y ควรตระหนักว่าตนเพิ่งจะเริ่มย่างเข้าสู่โลกใบกว้างอันโหดร้ายของผู้ใหญ่ และด้วยเหตุนั้น จึงยังมีบทเรียนสำคัญอีกมากมายให้เรียนรู้ และคงไม่มีวิธีไหนที่จะดีไปกว่าการเรียนรู้ จากข้อผิดพลาด ยกตัวอย่างเช่น ที่เรานำมาแบ่งปันดังต่อไปนี้

1. ลองทำหลายๆ สายอาชีพ

จงลองทำอาชีพที่ตัวไม่ได้ชอบหรือสนใจ เพื่อให้ค้นพบสิ่งที่อยากทำอย่างแท้จริง ถึงอย่างนั้นก็ควรพึงระลึกไว้ว่า คุณต้องเสียเวลาไปพอประมาณเหมือนกันนะกว่าจะถึงตอนนั้น การที่ได้เข้าไปสำรวจในพื้นที่ที่ไม่เคยได้ลองสัมผัสมาก่อนย่อมช่วยให้คุณได้เข้าใจตัวเองได้มากขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น มันยังช่วยทำให้คุณมีทักษะการทำงานรอบด้านด้วย

“ฉันเคยทำงานมาหลากหลายด้านมาก” ไดแอนน์ ไวเรย์ สาว Gen Y วัย 28 ปีที่ปัจจุบันทำงานแผนกที่บริการอาหารและเครื่องดื่มในสิงคโปร์กล่าว “ฉันเริ่มทำงานโดยไม่มีประสบการณ์อะไรมาก่อนเลย จึงต้องเรียนรู้อย่างรวดเร็ว ฉันเลยได้เรียนรู้อะไรเยอะมากจากการพบเจอผู้คนทั้งในและนอกที่ทำงาน”

2. ทำงานกับบริษัทแย่ๆ

สำหรับ มินา ครูซาดา กราฟิกดีไซน์เนอร์อายุ 24 ปีจากมะนิลา หนึ่งในข้อผิดพลาดที่ดีที่สุดของเธอ คือการได้ทำงานในภาวะที่ยากลำบาก ในฐานะนักศึกษาจบใหม่ที่มีประสบการณ์เป็นศูนย์ เธอต้องเจอกับผู้คนที่ไม่มีความเกรงใจ และถูกกดขี่ แต่เพราะประสบการณ์แย่ๆ แบบนั้น แหละที่สอนให้เธอทำงานเป็น

“มันสอนให้ฉันรู้จักแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นมืออาชีพ และคอยตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับระบบการทำงาน ของบริษัทเสมอ ท้ายที่สุดแล้ว คุณมีสิทธิ์ที่จะตัดสินเองว่าที่ทำงานของคุณมีคุณงามความดีบ้างหรือเปล่า เพราะมันย่อมส่งผลกระทบต่อคุณโดยตรง” เธอกล่าว “ประสบการณ์แย่ๆ ทำให้คุณได้เรียนรู้อะไรเยอะเลยล่ะ”

3. โดนไล่ออก

อาจฟังดูร้ายแรงมาก แต่การถูกไล่ออกก็สามารถให้บทเรียนชีวิตที่ไม่สามารถหาที่ไหนได้เช่นกัน ทั้งนี้ก็ไม่ใช่ว่าคุณต้องไปทำลายหน้าที่การงานตัวเองนะ เพียงแต่อย่าคิดว่าการโดนไล่ออก คือจุดจบของการทำงานของคุณ
อย่างน้อยๆ ทั้ง วอลต์ ดิสนีย์ โอปราห์ วินฟรีย์ หรือแม้แต่สตีฟ จ็อบส์ก็เคยถูกไล่ออกมาแล้ว รวมไปถึงแอนนา วินทัวร์ บรรณาธิการ Vogue ที่เคยกล่าวไว้ว่า “ฉันเคยทำงานให้กับ Harper’s Bazaar ของอเมริกา แล้วพวกเขาก็ไล่ฉันออก ฉันอยากแนะนำนะว่าทุกคนควรถูกไล่ออกสักครั้งในชีวิต มันคือประสบการณ์การเรียนรู้อันยิ่งใหญ่จริงๆ” และที่เป็นเช่นนั้น ก็เพราะมันจะทำให้คุณรู้จักถ่อมตัว และตระหนักได้ว่ายังมีอะไรอีกมากมายให้เรียนรู้และลองทำ

4. เลือกงานที่ได้รับการตอบรับที่แรก

การตกลงเลือกทำงานให้กับที่ที่ตอบรับคุณที่แรกหลังจากการหว่านสมัครงาน อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีเท่าไหร่ แต่มันก็สามารถสอนอะไรสำคัญๆ ให้กับคุณได้หลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องเงิน ลิลเลี่ยน ชิลด์เดรส นักวิจัยพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม ได้เล่าประสบการณ์การทำงานของเธอว่า การทำงานเพียงเพื่อเงิน สอนให้คุณรู้จักขั้วตรงข้ามระหว่างความสำเร็จส่วนบุคคล และความสำเร็จด้านการเงิน รวมวิธีการให้คุณค่าแก่สองขั้วนี้อย่างสมดุล

“การทำงานเพื่อนับวันรอวันหยุดสุดสัปดาห์หรือว่าเงินเดือนอาจเป็นสิ่งเดียว ที่ช่วยฉุดคุณออกจากเตียง เพื่อเข้าร่วมประชุมตอนเก้าโมงได้ ซึ่งไม่เป็นไรหรอกสำหรับการทำงานในช่วงแรกน่ะ” เธอชี้ “และมันยังทำให้คุณมีเงินเก็บในการตั้งต้นด้วย หากจะเปลี่ยนไปทำงานที่ตัวเองรักในอนาคต”

5. เหนื่อยให้สุด

ทำงานให้หนักจนร่างกายอ่อนล้า ใช้พลังสมองติดต่อกันเป็นอาทิตย์หรือเป็นเดือนๆ โดยไม่หยุดพัก รีดพลังงานออกมาจากตัวคุณให้หมด จนกระทั่งไม่เหลือสักหยด เพื่อที่ว่าคุณจะได้รู้จักความสำคัญ ของการพักผ่อนและการจัดลำดับความสำคัญให้ตัวเอง มันเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากสำหรับเด็ก Gen Y ที่จะเรียนรู้คุณค่าของการมีชีวิตชีวิตที่ดีตั้งแต่เนิ่นๆ การทำงานจนอ่อนล้าขั้นสุดทำให้คุณเรียนรู้ว่าควรตัดงานที่ไม่จำเป็นออกไป รวมถึงการบริหารจัดการภาระหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพได้นั่นเอง

 

Source : Inc-asean

แชร์บทความนี้

คู่มือประสบความสำเร็จ แอดไลน์

รับแรงบันดาลใจดีๆ ทุกวัน กดไลค์