ประโยคที่ “ไม่ควรพูด” หากไม่อยากเสียเครดิตในการทำงาน

3373
แชร์บทความนี้

เป็นธรรมดาของมนุษย์ที่ต้องเคยทำผิดพลาดในชีวิตการทำงาน ส่วนใหญ่แล้ว เรายังสามารถกอบกู้สถานการณ์และเดินหน้าต่อไปได้เสมอ แต่ก็มีอีกหลายๆ อย่างเช่นกันที่สามารถทำลายอาชีพของคุณได้อย่างง่ายดาย เช่น คำพูดบางคำ ที่อาจทำให้คุณเสียเครดิตการทำงาน ยิ่งถ้าคุณเป็นพนักงานที่ปัญหาเยอะอยู่แล้ว มันก็อาจทำให้คุณไม่สามารถก้าวหน้าทางอาชีพได้เลย

และก็นี่คือ 24 ประโยคที่คุณควรหลีกเลี่ยงในที่ทำงาน

“นั่นไม่ใช่หน้าที่ของฉันนะ”

ไม่มีเจ้านายที่ไหนอยากได้ยินคำพูดแบบนี้หรอก โปรดจำไว้ว่ารายละเอียดงานของคุณไม่ได้เป๊ะ 100%
Lynn Taylor ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพแวดล้อมการทำงาน และเป็นผู้เขียนหนังสือเรื่อง “Tame Your Terrible Office Tyrant
” บอกกับ Business Insider ว่า “ในขณะที่ทีมของคุณกำลังทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมาย คุณต้องยืดหยุ่นได้เพื่อให้เจ้านายทำงานง่ายขึ้น ซึ่งสิ่งที่คุณจะได้ตามมาหลังจากนั้นก็คือ ทักษะที่หลากหลาย ทำให้เป็นที่ต้องการมากขึ้นในองค์กร”

Ryan Kahn ผู้เชี่ยวชาญและผู้ให้คำแนะนำด้านอาชีพ ผู้ก่อตั้ง The Hired Group และเป็นผู้เขียน “Hired! The Guide” ก็บอกกับ Business Insider เช่นกันว่า “การบอกว่าคุณไม่เต็มใจที่จะช่วยเหลือในขอบเขตงานอื่นๆ ที่คุณไม่ได้ดูแลนั้น แสดงให้เห็นว่าคุณยังไม่เต็มใจที่ทุ่มเทเพื่อความสำเร็จของบริษัท”

“มันไม่ใช่ความผิดของฉัน”

ถ้าคุณทำผิดพลาด คุณต้องยอมรับมัน อย่าหาข้อแก้ตัว เพราะการละเลยความผิดพลาดและความล้มเหลวไปเรื่อยๆ จะทำให้ติดเป็นนิสัย ซึ่งเป็นนิสัยที่แย่มากในอาชีพการงาน เจ้านายทุกคนล้วนต้องการความรับผิดชอบและความสามารถ ไม่ใช่ข้อแก้ตัวหรอกนะ

“เดี๋ยวไว้ค่อยทำละกัน”

การดองงานไว้จนกว่าจะถึงนาทีสุดท้ายก่อนกำหนดส่งไม่เพียงแต่สร้างความเครียดให้คุณเท่านั้น แต่ยังเป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าของคนอื่นๆ ที่ต้องพึ่งพางานส่วนของคุณด้วย ซึ่งถ้ามีอะไรผิดพลาดขึ้นมาล่ะก็ คุณนั่นแหละจะเป็นคนแรกที่โดนตำหนิได้

“ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรผิดหนิ”

เจ้านายของคุณไม่ได้คาดหวังว่าคุณจะทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่การปกป้องตัวเองจากคำติเตียนที่ได้รับย่อมทำให้คุณดูไม่เป็นมืออาชีพ หากคุณไม่เต็มใจที่จะรับฟังคำวิจารณ์หรือคำสั่งสอนจากใคร มันก็เหมือนเป็นการบอกอ้อมๆ ว่าคุณไม่ต้องการถูกผลักดันและพัฒนาตัวเอง

“ฉันไม่มีข้อสงสัยอะไรเลย”

คำพูดนี้แสดงถึงความไม่ใส่ใจ คุณอาจจะโอเคกับการทำงานแบบถูๆ ไถๆ ให้พอไปได้โดยไม่ได้ตั้งใจทำผลงานอะไรโดดเด่นให้ทีมเลย แต่ท้ายที่สุดแล้วเจ้านายก็จะสังเกตเห็นได้อยู่ดี ดังนั้นใส่ใจงานเข้าไว้ก็ไม่มีอะไรเสียหายนะ

“นั่นเป็นความคิดที่ไม่ได้เรื่องเอาซะเลย”

ความตรงไปตรงมาอาจเป็นสิ่งที่จำเป็นในโลกธุรกิจ แต่ไม่จำเป็นต้องหยาบคายหรือพูดจาต่อต้านกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ เพราะท้ายที่สุดมันจะทำให้เจ้านายคุณเริ่มไม่ประทับใจและหันมารำคาญความขวานผ่าซากของคุณแทน

“ฉันจะลาออก”

การขู่ว่าจะลาออกจากบริษัทก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่เป็นมืออาชีพเลย การพูดแบบนี้จะทำให้บริษัทมองว่า
คุณไม่มีความภักดีต่อบริษัท และอาจเชิญคุณออกเองได้ง่ายๆ โดยที่ไม่มีสาเหตุใดๆ ในอนาคต

“ฉันเบื่องานนี้เต็มทน”

ถ้าคุณเบื่อที่ทำงาน ก็ให้ระบายให้คนรัก เพื่อนหรือครอบครัวของคุณฟัง แต่อย่าเผลอบ่นกับเจ้านายเด็ดขาดเลย อย่างที่ Lynn Taylor กล่าวว่า “คุณอาจจะมีช่วงเวลาที่อ่อนแอและเบื่อหน่ายแต่ก็ไม่ควรบ่นให้เจ้านายฟัง ในฐานะลูกจ้าง คุณควรทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและกะตือรือล้น มันจึงเป็นหน้าที่ของคุณเองต่างหากที่ต้องทำให้งานนั้นน่าสนใจขึ้น”

“ขอโทษที่มาสาย (อีกแล้ว)”

ความล่าช้าที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งทำให้เพื่อนร่วมงานมองว่าคุณให้ความสำคัญอย่างอื่นมากกว่าเวลาของพวกเขา แสดงให้เห็นว่าคุณไม่เคารพและไม่ใส่ใจคนรอบข้างเลย ดังนั้น พยายามตรงต่อเวลาให้ได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่อย่างนั้นมันจะค่อยๆ ทำลายเครดิตความน่าเชื่อถือของคุณลง ไม่ว่าคุณจะเก่งและฉลาดขนาดไหนก็ตาม

“มันเป็นไปไม่ได้หรอก”

ผู้จัดการไม่อยากได้ยินความคิดลบๆ หรือเห็นว่าคุณไม่มีความเชื่อมั่นในการทำงาน เพราะงั้นถ้ามีปัญหา

ก็จงอธิบายให้เจ้านายฟังอย่างชัดเจนเพื่อจะได้หาวิธีแก้ร่วมกัน และหนึ่งในแนวทางที่ดีที่สุดในการทำงานกับเจ้านาย คือลองคิดว่าถ้าคุณเป็นเจ้านาย คุณจะต้องการอะไรจากพนักงานบ้างล่ะ  ดังนั้น จงคิดให้ดีก่อนจะพูดว่าคุณทำไม่ได้

“ทำอะไรอยู่…มาดูนี่ก่อนเร็ว”

การดูเรื่องตลกไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรแต่มันก็ต้องดูความเหมาะสมด้วย อย่าคอยแต่จะพูดเรื่องโปกฮา รบกวนการทำงานของคนอื่นๆ เก็บไว้คุยตอนพักกลางวันหรือตอนเบรคสั้นๆ ดีกว่า เพื่อไม่ให้คนอื่นรำคาญจนไม่อยากทำงานร่วมกับคุณ

“แล้วฉันได้ประโยชน์อะไรบ้างล่ะ?”

การนึกถึงผลประโยชน์ของตัวเองเป็นเรื่องที่ดี แต่อย่าถึงขึ้นยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางทั้งหมด บางครั้งเวลาทำงานคุณก็ต้องช่วยเพื่อนร่วมงานแผนกอื่นๆ ด้วย และเจ้านายส่วนใหญ่ก็ไม่ชอบคนที่ไม่รู้จักการทำงานเป็นทีมซะด้วยสิ

“ฉันจะไปคุยกับแผนกบุคคล”

การทำอะไรข้ามหัวเจ้านายของคุณไม่ใช่การตัดสินใจที่ฉลาดนัก แถมยังแทบไม่มีโอกาสจะชนะเลยด้วยยกเว้นว่าคุณกำลังจะลาออก (หรือโดนไล่ออก)  อย่าขู่ด้วยการใช้ประโยคนี้เด็ดขาด ทางที่ดีคุณควรหลีกเลี่ยงการเข้าพบฝ่ายบุคคลด้วยซ้ำ นอกเสียจากว่าไม่เหลือทางเลือกอะไรแล้วจริงๆ

“ฉันจะฟ้องบริษัทให้ถึงที่สุด!”

ไม่ว่าข้อหานั้นจะถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ การป่าวประกาศไปทั่วก็ไม่ทำให้เกิดผลดีแน่ ไม่เชื่อลองถามทนายความของคุณได้  หากคุณวางแผนที่จะฟ้องร้องบริษัททั้งๆ ที่ไม่มีดุลพินิจและความสมเหตุสมผลพอล่ะก็ คุณควรพิจารณาเรื่องลาออกมากกว่า ยิ่งถ้าชอบเอาเรื่องนี้มาขู่ทุกครั้งที่ไม่พอใจ ยิ่งต้องเลิกนิสัยแบบนี้ทันที

“ขอโทษจริงๆ ฉันลืมตอบกลับอีเมลคุณ”

การละเลยไม่ตอบอีเมลตรงเวลา ไม่เพียงแต่ทำให้ผู้ที่ต้องการคำตอบจากคุณเสียเวลาเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่มีค่าพอต่อเวลาของคุณ ทำให้คุณพลาดกำหนดส่งงาน และแสดงถึงความไม่เป็นมืออาชีพ แม้ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่จะตอบทุกอีเมลทันทีที่ได้รับ แต่การตรวจเช็คกล่องอีเมลอย่างสม่ำเสมอย่อมส่งผลดีกว่าแน่นอน

“หุบปากซะ”

การทำงานได้ดีจะไม่สำคัญ หากไม่มีใครอยากทำงานร่วมกับคุณ ไม่เพียงแต่ความหยาบคายเท่านั้นที่จะทำให้เพื่อนร่วมงานหนีหาย แต่ผู้จัดการส่วนใหญ่จะไม่ยอมทนต่อพนักงานที่ใช้แต่อารมณ์และหยาบคายเช่นกัน และความสุภาพต่างหากล่ะ ที่เป็นกุญแจสำคัญในการเอาชนะใจผู้คน

“ได้ยินข่าวลือเรื่องของผู้บริหารคนนั้นบ้างไหม?”

ใช่ว่าการซุบซิบนินทาจะเป็นเรื่องแย่เสมอไป Jim Whitehurst CEO ของ Red Hat บริษัทซอฟแวร์ชื่อดัง สนับสนุนให้พนักงานของเขาเมาท์กันเสียด้วยซ้ำ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลความเป็นไปในบริษัท ยังไงก็ตามแต่ อย่าปล่อยให้ตัวเองตกเป็นหัวข้อซุบซิบก็แล้วกัน เพราะนอกจากจะต้องมาเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่องแล้ว มันยังจะไปทำลายหน้าที่การงานของคุณอีกด้วย

“ฉันโง่เองแหละ”

ถ้าคุณไม่ไว้ใจตัวเองในการทำงาน แล้วจะหวังให้ใครมาไว้ใจคุณได้ จงสร้างความมั่นใจในตนเอง ก่อนจะก้าวเข้าไปในที่ทำงาน ไม่อย่างนั้นความคิดลบของคุณจะฉุดให้คุณไม่มีพัฒนาการในการทำงานเสียที

“ฉันทำได้” (ทั้งที่รู้ว่าทำไม่ได้)

ประโยคนี้จะไม่เป็นปัญหาเลยถ้ามันเป็นความจริง จงซื่อสัตย์และบอกไปตามความจริงว่าคุณทำได้
หรือทำไม่ได้ แม้จะเป็นเรื่องยากสักหน่อย แต่อย่าไปรับปากในภาระหน้าที่ที่เกินความสามารถ เพราะถ้าประเมินตัวเองสูงไปบ่อยครั้งเข้า คนอื่นจะมองว่าคุณไม่มีความสามารถเอาได้

“ชอบทำอะไรรวบรัด”

คุณไม่ควรส่งอีเมลที่มีเนื้อหารวบรัดตัดตอนและไม่เป็นทางการแม้จะสนิทกับฝ่ายผู้รับขนาดไหนก็ตาม การใช้ภาษาสั้นห้วนแบบนั้นอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดกันได้ เพื่อนร่วมงานอาจมองคุณไม่ดีจนไม่
สุงสิงด้วย แม้ว่าที่จริงคุณจะไม่ได้มีเจตนาไม่ดีเลยก็ตาม

“ฉันทำงานร่วมกับพวกเขาไม่ได้หรอก”

“การเข้ากับคนอื่นไม่ได้” ไม่ใช่เรื่องดีนัก ไม่ว่าจะต่อเด็กอนุบาลในสังคมโรงเรียนไปจนถึงสังคมใน
ที่ทำงาน มันแสดงให้เห็นว่าคุณไม่สามารถก้าวข้ามปัญหาภายในเพื่อจะทำงานให้ออกมาดีที่สุดได้เลย

“ฉันยุ่งมากเลยตอนนี้ คุณรอก่อนได้ไหม?”

คุณมีหน้าที่รับผิดชอบในการถามเจ้านายเสมอว่ามีการเปลี่ยนแปลงลำดับตารางงานหรือไม่ เพื่อจะได้ทำงานให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้จัดการ  การลำดับความสำคัญมักเป็นเรื่องที่ไม่ตายตัวอยู่แล้ว ดังนั้น วิธีที่ดีกว่าก็คือการถามเจ้านายว่าพอจะสลับสับเปลี่ยนลำดับงานใหม่ได้ไหม แทนที่จะใช้ประโยคข้างต้นซึ่งฟังดูหยาบคายกว่ามาก

“พวกคุณนี่ก่อปัญหาอยู่เรื่อยเลยนะ”

การแสดงความคิดเห็นเชิงลบเกี่ยวกับกลุ่มหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ฉลาดและไม่เป็นมืออาชีพเอาซะเลย ทั้งยังอาจทำให้คุณมีปัญหาได้ถ้าคนอื่นรู้สึกเหมือนถูกระราน

“อย่าบอกเจ้านายนะว่าฉันเป็นคนพูด แต่…”

บางครั้งเมื่ออยู่ในที่ทำงาน การไม่พูดอะไรเลยก็เป็นวิธีที่ดีกว่า ต่อให้คุณมั่นใจว่าตัวเองเก็บความลับเก่งแค่ไหน สุดท้ายมันก็รั่วไหลไปได้อยู่ดี เพราะฉะนั้น จงพยายามอย่าพูดอะไรที่เป็นผลเสียกับการงานของตัวเองเลยจะดีกว่า เพราะมีโอกาสสูงมากที่เจ้านายคุณจะจับได้

 

Source: Business insider

แชร์บทความนี้

คู่มือประสบความสำเร็จ แอดไลน์

รับแรงบันดาลใจดีๆ ทุกวัน กดไลค์