22 เคล็ดลับง่ายๆ ช่วยให้คุณกลายเป็นคนที่ “รักการเรียนรู้”

1958
แชร์บทความนี้

การเรียนรู้ไม่ได้เกิดขึ้นเองโดยบังเอิญจากสิ่งรอบตัว หากแต่เป็นการเก็บเกี่ยวความรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวมาให้ได้มากที่สุด ซึ่งมันไม่ได้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ เพราะหากเป็นเช่นนั้น ป่านนี้เราคงได้เรียนรู้สิ่งที่ทำให้เราพิเศษและสุดยอดกว่าใครๆ ไปแล้ว การเรียนรู้ต้องอาศัยความตั้งใจและใส่ใจอย่างแรงกล้า ดังนั้น คุณจึงต้องมองว่าชีวิตก็เป็นเหมือนห้องทดลองส่วนตัวของคุณเอง

ชีวิตเป็นเหมือนห้องทดลองส่วนตัวของคุณเอง

คุณไม่อาจรอให้คำตอบโผล่ขึ้นมาด้วยตัวมันเองได้ แต่ต้องออกตามหามันจากสิ่งที่อยู่รอบตัว คุณไม่อาจจะเรียนแค่เวลาที่อยากเรียน และต้องไม่เลือกเฉพาะเรื่องที่คุณอยากรู้เท่านั้น เพราะความตั้งใจที่จะเรียนรู้กับความหวังที่จะได้รู้นั้นแตกต่างกัน

การเป็นคนรักการเรียนรู้ คือการทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต ทั้งดีและไม่ดี และใช้ช่วงเวลาที่ไม่ดีในการวางแผนเพื่ออนาคตที่ดีขึ้น และบางครั้งคุณก็ต้องเรียนรู้บทเรียนเดิมซ้ำอีก แต่ด้วยวิธีการที่แตกต่างกันไป

กุญแจสำคัญก็คือ ไม่หยุดเรียนรู้แม้ในบทเรียนเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

การเรียนรู้ไม่ใช่แค่การได้รับชุดข้อมูลที่เป็นความจริงแล้วเข้าใจทันทีตั้งแต่ครั้งแรกอย่างที่หลายคนคิดกัน  “ความหัวช้า คิดช้า” นั้นก็เป็นเรื่องปกติ แต่กุญแจสำคัญคือการไม่หยุดที่จะเรียนรู้ ถึงแม้ว่าคุณจะต้องเรียนรู้ สิ่งเดิมซ้ำๆ ก็ตามที

การเรียนรู้มาจากความสงสัย และตั้งเจตนารมณ์ในการหาคำตอบไขข้อสงสัยนั้น จงถามจนกว่าคุณจะรู้คำตอบอย่างกระจ่างแจ้ง เพื่อพัฒนาตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราลองมาดูตัวอย่างการตั้งคำถามเหล่านี้กัน

  • “คุณช่วยอธิบายเพิ่มเติมเรื่อง…นี้ อีกทีได้ไหม”
  • “ฉันไม่แน่ใจว่าฉันเข้าใจ….ดีหรือยัง คุณช่วยทวนอีกครั้งได้ไหม”
  • “ที่คุณพูดมาหมายความว่ายังไง ช่วยอธิบายให้ฉันเข้าใจทีได้ไหม?”

การถามจนกว่าจะเข้าใจอาจทำให้คุณรู้สึกว่าเหมือนคนโง่ที่เอาแต่ถามอยู่นั่น แต่ความรู้สึกของคุณไม่ได้สำคัญเท่าไหร่นัก หากว่าจุดประสงค์ของคุณคือ ความสำเร็จ

คุณคงเห็นด้วยแล้วว่าชีวิตคุณจำเป็นต้องเรียนรู้ให้มาก แต่คำถามก็คือ คุณกำลังเรียนรู้อยู่จริงๆ หรือเปล่า? คุณมีความทะเยอทะยานที่จะเรียนรู้มากพอหรือยัง? ถ้าไม่ คุณก็ไม่มีทางก้าวไปข้างหน้าได้แน่นอน ดังนั้นการหมั่นเพียรหาความรู้อย่างไม่หยุดหย่อน จึงเป็นหนทางเดียวที่จะไปสู่ชัยชนะ และเชื่อเถอะว่าไม่มีใครจะมาหยุดยั้งคุณได้แน่นอน

จงคิดให้ล้ำหน้ากว่าใครๆ แล้วเปลี่ยนชีวิตให้กลายเป็นห้องทดลองส่วนตัวของคุณด้วย 22 เคล็ดลับเหล่านี้

1. หมั่นจดบันทึกสั้นๆ (Short note) เวลาที่อ่านหนังสือ
2. พยายามเป็นที่ปรึกษาหรือผู้ช่วยสอนความรู้ให้ผู้อื่น
3. หาที่ปรึกษาส่วนตัวเพื่อพัฒนาศักยภาพตนเอง
4. เปิดใจรับฟังมุมมองต่างๆ แม้ว่าจะขัดแย้งกับกระแสหลักก็ตามที
5. กล้าถามคำถามสุ่มเสี่ยง ในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยผู้คน
6. ขอความช่วยเหลือผู้รู้ เมื่อถึงคราวลำบาก
7. เขียนบันทึก 5 บทเรียนสำคัญ ที่คุณประสบความความล้มเหลวมาในครั้งก่อน
8.  เลิกแสดงพฤติกรรมว่าคุณรู้ทุกอย่าง ทั้งที่คุณไม่รู้อะไรเลย
9. ขอบคุณและระลึกถึงบทเรียนดีๆ ที่เข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว
10. ลิสต์และจัดทำรายการหนังสือที่อยากอ่านอย่างต่อเนื่อง
11. อย่าหยุดถามคำว่า ทำไม? หมั่นตั้งคำถามเข้าไว้
12. พยายามแบ่งปันความรู้ดีๆ ที่คุณได้รับมาให้ผู้อื่นเสมอ
13. หาเวลาจิบกาแฟกับเพื่อนใหม่บ้าง พร้อมกับเรียนรู้แนวคิดและความสามารถที่พวกเขามี
14. ลดการดูทีวีลง มองหาอย่างอื่นที่สร้างสรรค์
15. ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ หรือสถานที่ต่างๆ แล้วถ่ายรูปเก็บไว้ให้มากๆ
16. จดบันทึกบทเรียนชีวิตต่างๆ ที่คุณได้รับมาเป็นประจำ
17.  อ่านหนังสือพิมพ์ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ หมั่นติดตามข่าวสารบ้านเมือง
18. หันมาใช้คำศัพท์ใหม่ๆ ที่พบเจอมาในชีวิตประจำวัน
19. ลดการเล่นโซเชียลมีเดีย แล้วหันมาอ่านหนังสือแทนให้มาก
20. ถ่อมตัวให้มาก เมื่อคุณรู้ในสิ่งที่คนอื่นไม่รู้
21. หันมาเล่นกีฬา ดนตรี หรือ หางานอดิเรกที่ชอบในเวลาว่างๆ ให้เกิดประโยชน์ที่สุด
22. ท้าท้ายขีดจำกัดของศักยภาพความรู้ตนเอง ด้วยการหาความรู้และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องให้ลึกซึ้งไปอีกขั้น

 

Source: Success

แชร์บทความนี้

คู่มือประสบความสำเร็จ แอดไลน์

รับแรงบันดาลใจดีๆ ทุกวัน กดไลค์