10 คุณสมบัติของคนที่มีความฉลาดทางด้านอารมณ์เป็นเลิศ

11623
โหมดถนอมสายตา
แชร์บทความนี้

เคยสงสัยไหม? ว่าทำไมบางคนถึงได้ประสบความสำเร็จทั้งในชีวิตส่วนตัวและในชีวิตการงาน เป็นไปได้หรือไม่ว่า เพราะพวกเขาเหล่านั้นเป็นคนที่มีความฉลาดทางด้านอารมณ์ที่ดีเยี่ยม

เว็บไซต์ Psychology Today เผยว่า “ความฉลาดทางด้านอารมณ์ คือความสามารถในการแยกแยะและจัดการกับอารมณ์ของตนเองและอารมณ์ของผู้อื่นได้”

ซึ่งความสามารถเหล่านี้ต้องอาศัย…

  • ความสามารถในการรับรู้ทางอารมณ์ หรือก็คือการบุคคลคนนั้นสามารถเข้าใจถึงอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้
  • ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ของตนเอง เช่น การแก้ปัญหาในที่ทำงานในสภาวะที่ต้องเผชิญแรงกดดันสูง
  • ความสามารถในการจัดการกับอารมณ์ของตนเอง เช่น มีความใจเย็นและสามารถควบคุมสติได้ในเวลาที่อารมณ์เสีย

หากคุณอยากรู้ว่า จะต้องทำอย่างไรถึงจะเป็นคนที่มีความฉลาดทางอารมณ์เป็นเลิศ รวมไปถึงวิธีการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ของตนเอง ที่จะช่วยนำพาคุณไปสู่ความสำเร็จในชีวิตและการงาน ไปชมกันเลยครับ
10 คุณสมบัติของบุคคลที่มีความฉลาดทางอารมณ์สูง!

1. พวกเขาไม่ใช่คนคลั่งไคล้ความสมบูรณ์แบบ

การเป็นคนที่ คลั่งไคล้ความสมบูรณ์ (Perfectionist) อาจเป็นอุปสรรคต่อการทำงานให้สำเร็จลุล่วงไปได้ เพราะลักษณะนิสัยนี้มักจะประสบปัญหาต่างๆ เช่น ความยุ่งยากกว่าจะได้เริ่มต้น การผลัดวันประกันพรุ่ง หรือแม้แต่การหาคำตอบในสิ่งที่ไม่จำเป็น นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมคนที่มีความฉลาดทางอารมณ์ต้องหลีกเลี่ยงที่จะเป็นคนคลั่งไคล้ความสมบูรณ์แบบ เพราะพวกเขารู้ดีว่าไม่มีอะไรที่จะสมบูรณ์แบบไปซะทุกอย่าง จงเลือกที่จะเดินหน้าต่อไปดีกว่ารอให้สิ่งต่างๆ พร้อมก่อน และเวลาทำผิดพลาดก็เพียงแค่เปิดใจเรียนรู้ แล้วหาทางปรับปรุงแก้ไขมันให้ดีขึ้นยังดีเสียกว่า

2. พวกเขารู้วิธีการรักษาสมดุลระหว่างการทำงานและการพักผ่อน

พักผ่อน

การทำงานตลอดเวลา ไม่ยอมหยุดพัก เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดความเครียดและปัญหาสุขภาพต่างๆ ตามมา เพราะเหตุนี้บุคคลที่มีความฉลาดทางอารมณ์จึงเข้าใจเป็นอย่างดีว่าเวลาไหนควรเล่นหรือพักผ่อน และเวลาไหนที่ต้องจริงจังกับการทำงาน

3. พวกเขาเปิดใจยอมรับความเปลี่ยนแปลง

แทนที่จะเอาแต่กลัวการเปลี่ยนแปลง คนที่มีความฉลาดทางอารมณ์จะตระหนักว่า “การเปลี่ยนแปลงล้วนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต” การกลัวต่อการเปลี่ยนแปลงคือสิ่งที่ขัดขวางความสำเร็จ ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกที่จะปรับตัวต่อสิ่งต่างๆ รอบตัวที่เปลี่ยนแปลงไป และมีแผนการรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นเสมอ

4. พวกเขาไม่ใช่คนไขว้เขวกับอะไรง่ายๆ

คนที่ฉลาดทางอารมณ์นั้น มักมีความมุ่งมั่นตั้งใจต่องานที่อยู่ตรงหน้า และยากที่จะมีอะไรมาทำให้พวกเขาไขว้เขวได้

5. พวกเขาเป็นคนเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

ทีม

Daniel Goleman นักจิตวิทยาและผู้เขียนหนังสือ Focus: The Hidden Driver of Excellence กล่าวกับ The Huffington Post ว่า ความเห็นอกเห็นใจคือหนึ่งในห้าองค์ประกอบหลักของความฉลาดทางอารมณ์ ความสามารถในการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น แสดงถึงความเห็นอกเห็นใจต่อคนรอบข้าง และการสละเวลาของตนเองเพื่อที่จะช่วยเหลือผู้อื่นนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นองค์ประกอบสำคัญของความฉลาดทางอารมณ์ทั้งสิ้น

6. พวกเขารับรู้และเข้าใจข้อดีข้อเสียของตนเอง

คนเหล่านี้มีความฉลาดทางอารมณ์สูง พวกเขามักจะรู้ดีว่าตนเก่งอะไรและมีจุดอ่อนตรงส่วนไหน พวกเขาไม่เพียงยอมรับข้อดีข้อด้อยของตนเองได้เท่านั้น แต่ยังนำข้อดีข้อด้อยเหล่านี้มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีอีกด้วย

7. พวกเขารู้จักสร้างแรงจูงใจให้กับตนเอง

พักผ่อน

ตอนเด็กๆ คุณมีความมุ่งมั่นตั้งใจเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายของตนเอง โดยที่ไม่ต้องมีของรางวัลมาตอบแทนใช่หรือไม่? การที่เป็นคน “มุ่งมั่นตั้งใจจริง” ตั้งแต่ยังเด็กๆ โดยมีเป้าหมายเป็นแรงจูงใจนั้น เป็นหนึ่งในคุณสมบัติสำคัญของคนที่มีความฉลาดทางด้านอารมณ์

8. พวกเขาไม่คร่ำครวญอยู่กับอดีต

คนที่มีความฉลาดทางอารมณ์ มักจะไม่มีเวลามาหวนนึกถึงอดีตที่ผ่านมา เพราะพวกเขามักจะง่วนอยู่กับ “วันพรุ่งนี้” โดยไม่ยอมปล่อยให้ความผิดพลาดในอดีตมากลืนกินตัวเอง รวมถึงไม่แบกรับความขุ่นข้องใจต่างๆ เพราะเป็นสิ่งที่จะเพิ่มทั้งความเครียดและขัดขวางความก้าวหน้าในชีวิตของพวกเขา

9. พวกเขามักจะคิดแต่เรื่องดีๆ

ยิ้ม

คนที่ทีความฉลาดทางอารมณ์มักเลือกที่จะทุ่มเทเวลาและแรงกายให้กับการแก้ไขปัญหาที่ถาโถมเข้ามา มากกว่าที่จะมัวคิดถึงแต่เรื่องแย่ๆ พวกเขาเลือกที่จะมองแต่เรื่องดีๆ รวมไปถึงเรื่องที่สามารถควบคุมมันได้ ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขามักอยู่กับคนที่ชอบคิดบวกและเลี่ยงที่จะอยู่กับคนคิดลบ ชอบบ่นนู่นบ่นนี่อยู่ตลอดเวลา

10. พวกเขารู้จักสร้างขอบเขตให้ตนเอง

แม้ว่าคนที่มีความฉลาดทางอารมณ์มักดูเหมือนคนที่ใจอ่อนได้ง่าย ด้วยความที่มีมารยาท ถ่อมตน และชอบเห็นอกเห็นใจคนอื่น แต่แท้จริงแล้วพวกเขารู้ดีว่าขอบเขตของพวกเขานั้นอยู่ตรงไหน เช่น ต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ถึงควรที่จะต้องกล่าว “ปฏิเสธ” ซึ่งมันสามารถช่วยปกป้องเขาจากความเครียดที่จะเกิดจากการรับผิดชอบที่มากเกินพอดีได้นั่นเอง

 

Source : Inc

 

คู่มือประสบความสำเร็จ แอดไลน์

รับแรงบันดาลใจดีๆ ทุกวัน กดไลค์

แชร์บทความนี้