10 คำคม ที่ผู้ประกอบการทุกคน “ควรรู้และยึดถือ” เป็นแนวทาง

1905
แชร์บทความนี้

พลังสมอง คือสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการมากที่สุด และสมองที่เปี่ยมไปด้วยพลังสร้างสรรค์ ก็ต้องการ “อาหาร” ที่ดีมาหล่อเลี้ยงอย่างต่อเนื่องด้วย การได้เรียนรู้วิธีคิดจากผู้ประกอบการชั้นเซียนนับได้ว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี ไม่แน่ว่าคุณอาจประทับใจมุมมองของสุดยอดนักคิดเหล่านี้จนไม่อาจลืมเลยก็เป็นได้

1. ฮาร์วีย์ แมคเคย์ (Harvey Mackay)
“การคิดในแง่บวกไม่ได้เป็นเพียงแค่คำพูดสวยหรู แต่มันสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเรา ได้จริงๆ และเป็นที่แน่ชัดว่าเมื่อใดก็ตามที่เรามองสิ่งต่างๆ ในแง่บวก ทั้งเราและคนรอบข้าง ก็จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น”
ฮาร์วีย์เชื่อว่าการคิดบวกนั้นให้ประโยชน์ต่อทั้งตัวเองและยังสามารถส่งผลต่อผู้อื่นได้อีกด้วย

2. ปีเตอร์ ดรักเกอร์ (Peter Drucker) ผู้เขียน “The Effective Executive”
“การประชุมเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าองค์กรของคุณมีความบกพร่องอยู่ จึงต้องมีการหารือแก้ไข ซึ่งคนเราไม่สามารถทำงานและเข้าร่วมประชุมไปพร้อมกันได้ แต่เพียงต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น”
คุณต้องหาวิธีว่าคุณจะบริหารองค์กรอย่างไรเพื่อจะได้ไม่ต้องมีการประชุมยิบย่อย ที่ไม่ได้นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีและเป็นรูปธรรม

3. จิม โลเออร์ (Jim Loehr) ผู้เขียน “The Power of Full Engagement”
“ถ้าคุณไม่ออกกำลังมากกว่าที่ออกแรงในชีวิตประจำวัน คุณก็ไม่มีทางสร้างกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งได้”
ลองนำข้อคิดนี้มาใช้กับกล้ามเนื้อก้อนสำคัญที่สุดที่เรียกว่า “สมอง” ดูสิ ให้มันได้ออกกำลัง ท้าทายสติปัญญาตัวเอง และไม่ลืมให้อาหารสมองอย่างสม่ำเสมอ แล้วคุณจะสังเกตเห็นพัฒนาการของมันในไม่ช้า

4. แดเนียล คาฮ์นะมัน (Daniel Kahneman) ผู้เขียน “Thinking Fast and Slow”
“ผู้คนมักตัดสินศักยภาพคนจากสองสิ่งรวมกัน ได้แก่ จุดแข็งและความน่าเชื่อถือ”
ถ้าอยากเป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อคนอื่นล่ะก็ จงแสดงจุดเด่นของตัวเองด้วยการเป็นแหล่งที่พึ่งที่ดีให้กับลูกค้า รวมถึงแสดงความน่าเชื่อถือโดยการยึดมั่นทำในสิ่งที่ได้ลั่นวาจาไปแล้วให้สำเร็จ

5. สตีเฟน อาร์. โควีย์ (Stephen R. Covey)
“ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ได้ฟังเพื่อที่จะเข้าใจหรอก แต่ฟังเพื่อที่ตัวเองจะได้ตอบกลับเท่านั้น”
คำพูดของโควีย์น่าจะแทงใจดำใครได้หลายคนเลยทีเดียว เพราะไม่ว่าใครก็น่าจะคุ้นเคยกับความรู้สึกเฝ้ารอจังหวะที่จะได้แย่งซีนอวดโอ่ความรู้ของตนเองในวงสนทนา

6. มารี คูรี (Marie Curie)
“ฉันถูกสอนมาว่า หนทางที่นำไปสู่ความก้าวหน้านั้น ไม่ได้ง่ายและต้องใช้เวลา”
ถ้าอยากจะพัฒนาสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้น ก็จำเป็นที่จำเป็นที่จะต้องลงทุนลงแรงกับมัน เพราะการลงทุนเพื่อการพัฒนานั้นย่อมคุ้มค่าเสมอ

7. ธีโอดอร์ รูสเวลต์ (Theodore Roosevelt)
“ความกล้าไม่ได้หมายถึงการมีพลังที่จะก้าวเดินต่อ แต่เป็นการก้าวต่อไปได้แม้ในยามที่ไร้พลัง”
เราต่างคุ้นเคยกับการต่อสู้กับเสียงในหัวของตัวเองดี บางครั้งมันก็บอกคุณว่า “ไม่เป็นไร หยุดเถอะ แค่นี้ก็เหนื่อยแย่แล้ว เลิกเถอะ” แต่เสียงที่คุณควรที่จะใส่ใจให้มากคืออีกเสียงเล็กๆ ที่กระซิบบอกกับคุณว่า “ถึงเวลาที่คุณต้องลุกขึ้นมาทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ได้แล้วนะ”

8. มาร์ติน ลูเธอร์ คิง (Martin Luther King)
“ใครสามารถเป็นผู้ยิ่งใหญ่ได้ทั้งนั้น เพราะไม่ว่าใครก็สามารถสร้างคุณประโยชน์ได้ คุณไม่จำเป็นจำต้องมีใบปริญญา หรือใช้ภาษาถูกตามหลัก สิ่งที่คุณต้องใช้มีเพียงหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความดีงาม และจิตวิญญาณที่ขับเคลื่อนด้วยความรัก”
นี่เป็นคำคมที่เยี่ยมยอด เพราะมันบอกว่าเราทุกคนมีความเท่าเทียมกัน สิ่งที่ต้องทำมีเพียงแค่สร้างสรรค์คุณประโยชน์ จากนั้นสิ่งอื่นๆ ที่ดีจะตามมาเอง

9. นิรนาม
“คุณมีอิสระในการตัดสินใจ แต่ไม่สามารถหลีกหนีจากผลของการตัดสินใจนั้นพ้นได้”
การตัดสินใจวางแผนชีวิตประจำวันที่ดี จะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีได้ ส่วนการตัดสินใจที่ผิดพลาด ก็ย่อมตามมาด้วยผลที่ไม่น่าประทับใจ

10. อี. อี. คัมมิงส์ (E.E. Cummings)
“คำตอบที่ดีงาม มักจะนำไปสู่คำถามที่ดีงามเสมอ”
แม้ว่าตอนที่เขียน คัมมิงส์อาจไม่ได้นึกถึงเรื่องธุรกิจ แต่เราก็สามารถนำคำคมนี้มาปรับใช้ได้ ถ้าหากว่าต้องการคำตอบดีๆ จากลูกค้าหรือเพื่อนร่วมงาน ดังนั้น คุณควรเริ่มต้นจากการตั้งคำถามที่สร้างสรรค์เสียก่อน แล้วผลลัพธ์อันสร้างสรรค์จึงจะตามมา

 

Source : Entrepreneur

แชร์บทความนี้

คู่มือประสบความสำเร็จ แอดไลน์

รับแรงบันดาลใจดีๆ ทุกวัน กดไลค์