วิกฤติของหุ่นยนต์สังหาร ด้านมืดของ AI

395
แชร์บทความนี้

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า  Artificial Intelligence (AI) หรือ ปัญญาประดิษฐ์ ที่ได้เริ่มพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ จึงทำให้มนุษย์อย่างเราๆ จะต้องเร่งปรับตัว และพัฒนาตนเองให้ทันเจ้าหุ่นยนต์ที่มีสมองพวกนี้ เพราะหลายๆคน เริ่มกังวลว่าหุ่นยนต์บางประเภท อาจคิดที่จะครองโลก

เมื่อไม่นานมานี้ หลายๆบริษัทได้เปิดตัวหุ่นยนต์ที่ใช้ AI เป็นส่วนประกอบหลักในการขับเคลื่อนเครื่องยนต์ เช่น กองกำลังรถถังไร้คนขับ โดรนที่มองหาศัตรูได้เองในหมู่พลเรือน หรืออาวุธที่ควบคุมโดยระบบ AI ที่สามารถเรียนรู้ได้เหมือนมนุษย์ ล้วนนับเป็นเทคโนโลยีอัจฉริยะ เห็นได้ชัดอยู่แล้วว่ากำลังถูกพัฒนาไปในเชิงการผลิตอาวุธ ทำให้หลายคนเชื่อว่า หุ่นยนต์สังหาร จะกลายเป็นพละกำลังหลักใน “ยุคปฏิวัติที่สามในการทำสงคราม”  เพราะเจ้าหุ่นยนต์สังหารเหล่านี้ อาจจะตกไปอยู่ในมือของคนที่ปองร้าย หรือนักการเมืองที่มีอำนาจได้

ไม่ได้มีแต่ความน่าหวาดกลัวเท่านั้น สำหรับหุ่นยนต์สังหาร ความยอดเยี่ยมของพวกมันก็คือ ช่วยให้โจมตีเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ แต่ความอันตรายของหุ่นยนต์เหล่านี้คือ มันจะสามารถตัดสินใจได้เองว่าจะยิงหรือโจมตีใคร ใครคือฝ่ายเดียวกับมันหรือเป็นศัตรู เพราะเราไม่รู้ว่ามันตัดสินใจบนพื้นฐานอะไร อย่างเช่น ปืนกลต่อสู้ “นิวรัลเน็ต”คือปืนกลขนาด 7.22 มิลลิเมตร มีกล้องติดไว้ข้างบน พร้อมระบบ AI ที่ผู้สร้างอ้างว่าระบบนี้สามารถทำให้มันตัดสินใจได้เอง

ต่างจากคอมพิวเตอร์แบบเดิมที่ใช้การตั้งคำสั่งไว้ล่วงหน้า เพื่อโจมตีเป้าหมายที่ทำนายไว้ หรือเจาะจงเป้าหมาย แต่นิวรัลเน็ตเวิร์ก (neural network) ถูกออกแบบมาให้เรียนรู้จากตัวอย่างที่เกิดขึ้นก่อน จากนั้นก็นำมาปรับเข้ากับสภาพแวดล้อมที่มันอาจไม่เคยเผชิญมาก่อน

เหตุผลที่น่าเป็นห่วงคือ หุ่นยนต์นั้นไม่มีความยืดหยุ่นอย่างที่มนุษย์มี การสังหารของหุ่นยนต์จึงเป็นไปอย่างอำมหิตและไม่เลือกหน้า และอาจเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ ทำให้ผู้บริสุทธิ์ รวมถึงทหารในฝ่ายเดียวกันต้องตกอยู่ในความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น

ทำให้ผู้เชี่ยวชาญในวงการหุ่นยนต์กว่า 100 คน ต้องออกมายอมรับ และเขียนจดหมายถึงสหประชาชาติ เรียกร้องให้มีการห้ามพัฒนา หุ่นยนต์สังหาร เพราสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญกลัว ไม่ใช่ว่าเหล่าปัญญาประดิษฐ์จะฉลาดเกินไป แล้วครองโลกอย่างในหนัง แต่เป็นเพราะมันโง่เกินไปต่างหากล่ะ เพราะมันไม่สามารถจะแยกแยะได้ ว่าฝ่ายไหนเป็นฝ่ายไหน ยกเว้นแต่ว่าจะตั้งค่าให้จำกัดมากๆ แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่ยาก

มี 19 ประเทศที่ร่วมสนับสนุนเรื่องนี้ มีทั้งอาร์เจนตินา อียิปต์ และปากีสถาน แต่ประเทศอีกกลุ่มที่ยังไม่ยอมรับ และกำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยีนี้มีทั้ง สหรัฐ  จีน รัสเซีย เกาหลีใต้ อังกฤษและอิสราเอล ทำให้การพัฒนาจนไปสูงที่ยอมรับของหุ่นยนต์สังหารนี้ มีแนวโน้มที่จะเป็นไปได้ เร็วกว่ารถยนต์ไร้คนขับ ถ้าหากว่าเราไม่หยุดยั้งการพัฒนา และอาจจะส่งผลไปยังทุกภาคส่วน ทั้งระดับภูมิภาค ประเทศ ทวีป และระดับนานาประเทศได้

สงครามเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเมื่อหลายพันปีก่อน ตั้งแต่สมัยที่ยังไม่มีอาวุธ หรือ เครื่องทุ่นแรง แต่ปัจจุบัน เราไม่ต้อบทำอะไรเลย เพียงแค่ตั้งโปรแกรมให้หุ่นยนต์สังหารโจมตีฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น มันก็ยิ่งเป็นการส่งเสริมสงคราม ซึ่งอาจทำให้โลกต้องเดือดดาลเพราะเทคโนโลยีอัจฉริยะก็เป็นได้

หุ่นยนต์สังหาร ด้านมืดเอไอ ผู้นำวงการรณรงค์ให้ผิดกฎหมาย #ThaiPBS

Posted by ที่นี่ ThaiPBS on Wednesday, 22 November 2017

 

ที่มา : ฺBBC

แชร์บทความนี้

คู่มือประสบความสำเร็จ แอดไลน์

รับแรงบันดาลใจดีๆ ทุกวัน กดไลค์