งานวิจัยเผย “ทำหลายสิ่งพร้อมกัน” ส่งผลเสียต่อสมองและหน้าที่การงาน

1290

คุณคงเคยได้ยินมาบ้างว่าการทำหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน (Multitasking) ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก ล่าสุดมีงานวิจัยที่ชี้ชัดว่ามันทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงและอาจถึงขั้นทำลายสมองเลยทีเดียว โดยมีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแสตนด์ฟอร์ดพบว่า การทำหลายสิ่งพร้อมกันนั้นเกิดประโยชน์น้อยกว่าการทำไปทีละอย่าง

มันคือทักษะพิเศษจริงหรือ?

แล้วถ้าบางคนมีพรสวรรค์ในการทำหลายอย่างพร้อมกันล่ะ?  นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดได้ศึกษาโดยแบ่งกลุ่มตัวอย่างเป็นสองกลุ่มจากนิสัยการชอบทำหลายสิ่งพร้อมกัน ทั้งยังเชื่อว่าเป็นผลดีต่อการทำงานด้วย พวกเขาจึงพบว่า กลุ่มคนที่ชอบทำหลายอย่างในเวลาเดียวกันนั้นกลับทำงานได้ไม่ดีสักอย่างเมื่อเทียบกับกลุ่มคนที่ทำงานทีละอย่าง เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถเรียบเรียงความคิดและคัดกรองข้อมูลที่ไม่จำเป็นออกไปได้ดีนัก นอกจากนั้นก็ยังสลับไปทำอีกงานหนึ่งได้ช้ากว่าด้วย

การทำหลายอย่างไปพร้อมกันจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงเนื่องจากสมองสามารถจดจ่อได้ทีละอย่างเท่านั้น ดังนั้นถ้าคุณทำสองกิจกรรมในเวลาเดียวกัน  สมองของคุณก็จะไม่สามารถทำทั้งสองกิจกรรมให้ลุล่วงไปพร้อมกันได้

การทำหลายๆ กิจกรรมในเวลาเดียวกันทำให้ไอคิวต่ำลง

นอกจากคุณจะทำอะไรได้ช้าลงแล้ว มันยังส่งผลให้ไอคิวต่ำลงอีกด้วย งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย University of London พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่ทำกิจกรรมอื่นไปพร้อมกับกิจกรรมที่ต้องใช้ความคิดนั้น มีไอคิวลดลงพอๆ กับการเสพกัญชาหรือการอดหลับอดนอนทั้งคืน โดยไอคิวได้ลดลงถึง 15 คะแนน จนไปเทียบเท่ากับระดับไอคิวโดยเฉลี่ยของเด็กอายุแปดขวบเลยทีเดียว ดังนั้นถ้าต่อไปคุณยังนั่งทำอย่างอื่นไปพร้อมกับการเข้าเรียนหรือประชุมอยู่ ก็ไม่แน่ว่ามันอาจทำให้ไอคิวคุณลดลงจนทำอะไรออกมาเหมือนเด็กแปดขวบเลยก็ได้นะ

การทำหลายๆ กิจกรรมในเวลาเดียวกันส่งผลเสียต่อสมอง  

ความสามารถทางความคิดที่บกพร่องลงจากการทำหลายกิจกรรมเป็นแค่ภาวะชั่วคราวเท่านั้น แต่งานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัย University of Sussex ในกรุงลอนดอน ได้ทำการเปรียบเทียบระหว่างระยะเวลาที่ผู้คนใช้งานหลายๆ อุปกรณ์ในเวลาเดียวกัน อย่างเช่น การส่งข้อความโทรศัพท์ตอนกำลังดูทีวี เทียบกับผลการสแกนสมองด้วยเครื่อง MRI และพบว่าเนื้อสมองส่วน anterior cingulate cortex ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมความรู้สึกและความคิดของผู้ที่มีพฤติกรรมดังกล่าวนั้นมีความหนาแน่นน้อยลง

แน่นอนว่ายังต้องมีการวิจัยต่อในอนาคตจึงจะสรุปได้ว่าการทำหลายกิจกรรมในเวลาเดียวกันเป็นตัวทำให้สมองเสียหาย หรือว่าสมองที่เสียหายอยู่แล้วเป็นต้นเหตุให้คนทำพฤติกรรมดังกล่าวกันแน่  แต่อย่างไรก็ตามการทำพฤติกรรมเช่นนี้ก็ย่อมไม่เกิดผลดีอย่างแน่นอน

Kep Kee Loh นักประสาทวิทยา ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมวิจัยกล่าวว่า “ผมว่าเป็นเรื่องสำคัญมากที่ต้องให้ผู้คนตระหนักรู้ว่าพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้มีผลต่อระบบความคิด หรืออาจก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างสมองเลยก็เป็นได้”

เรียนรู้จากการทำหลายกิจกรรมในเวลาเดียวกัน

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบทำอะไรหลายอย่างพร้อมกัน ก็ควรจะลดนิสัยแบบนี้ลงบ้างนะ  เพราะมันทำให้คุณทำอะไรช้าขึ้น รวมถึงมีประสิทธิภาพในการทำงานต่ำลงด้วย  และถึงแม้จะไม่เกิดความเสียหายต่อสมอง แต่มันก็ไปทำให้คุณใช้สมาธิ จัดการ และจดจ่อกับเรื่องต่างๆ อย่างละเอียดได้ยากขึ้นอยู่ดี

นอกจากนั้นการทำหลายกิจกรรมพร้อมกันในที่ประชุมหรือสถานที่อื่นๆ ยังทำให้เห็นว่าคุณมีระดับความตระหนักรู้ต่อตัวเองและสังคมต่ำ ซึ่งเป็นองค์ประกอบของความฉลาดทางอารมณ์ที่สำคัญต่อความสำเร็จในหน้าที่การงาน ดังที่เว็บไซต์ TalentSmart ได้ทำการทดสอบผู้คนจำนวนกว่าหนึ่งล้านคนและพบว่า 90% ของคนที่ทำงานได้ดีที่สุดล้วนแต่มีระดับอีคิวสูง  ถ้าหากว่าการทำหลายสิ่งในเวลาเดียวกันทำลายสมองส่วนที่สำคัญต่ออีคิวจริงๆ ล่ะก็ พฤติกรรมดังกล่าวก็จะทำให้อีคิวของคุณค่อยๆ ลดลงไปด้วย

เพราะฉะนั้น การทำหลายกิจกรรมในเวลาเดียวกันจึงไม่ได้แค่ลดประสิทธิภาพการทำงานในปัจจุบันลงเท่านั้น แต่ยังอาจไปทำลายสมองส่วนที่ส่งผลต่อความสำเร็จทางอาชีพในอนาคตของคุณอีกด้วย

 

Source : Talent Smart

คุณคิดเห็นว่าอย่างไร?