5 ขั้นตอนของ “การเอาชนะใจตนเอง”

5086

หัวใจหลักของการเอาชนะใจตนเอง (Personal Mastery) ก็คือ ความเข้าใจในตัวตนของเราเอง การเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นเรื่องของการจัดการกับจุดมุ่งหมายและเหตุจูงใจพื้นฐานต่างๆ และ 5 ขั้นตอนต่อไปนี้ จะช่วยจุดประกายให้เราสามารถเอาชนะใจตนเองได้

1. รู้จักตนเอง (SelfAwareness)

การจะรู้จักทั้งจุดอ่อนและจุดแข็งของตนเองให้ได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด เพราะการพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองมีหรือสิ่งที่ยังบกพร่องอยู่ มันไม่ใช่แค่การก้าวไปสู่ความเป็นเลิศเท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่เราทุกคนควรทำ ถ้าหากเราต้องการให้ภาพลักษณ์ของเราดีขึ้นไปอีก ก็จำเป็นต้องจัดการกับอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองให้ดี แล้วมันจะเกิดผลลัพธ์ดีๆ ตามมา

มีงานวิจัยมากมายที่แสดงให้เห็นว่า IQ มีส่วนช่วยในความสำเร็จของคนเราเพียงแค่ 20% เท่านั้น ในขณะที่อารมณ์กลับมีผลต่อความสำเร็จมากกว่า ดังนั้น ถ้าหากไม่คอยเฝ้าระวังอารมณ์ของตัวเองให้ดี มันอาจส่งผลเสียกับตัวเราก็เป็นได้

การรู้จักตนเอง หมายถึง การที่เราสามารถอ่านอารมณ์ของตัวเราเองได้อย่างแม่นยำ ซึ่งจะทำให้เกิดความสามารถในการจัดการและควบคุมตนเองในยามที่ตกอยู่ในอารมณ์หรือทัศนคติเชิงลบได้ กล่าวได้ว่า การควบคุมอารมณ์ ก็คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการรู้จักตัวเองนั่นเอง

จงรู้จักและเข้าใจตนเอง ไม่ใช่แค่ตระหนักในสิ่งที่ตนเองเป็น

2. ยืนยันตนเอง (SelfAffirmation)

เราต่างก็รู้ดีว่าการนินทาว่าร้ายผู้อื่นเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำ แต่การว่าร้ายตัวเองกลับให้ผลที่เลวร้ายยิ่งกว่า ซึ่งการยืนยันตนเอง (self-affirmation) หรือการนึกถึงตัวเองในด้านดีๆ จะสามารถช่วยเราได้ในแง่ของการมองสิ่งดีๆ ที่เรานั้นมีอยู่ หากผู้อื่นพูดไม่ดีกับเรา เราก็จะสามารถปล่อยวางคำพูดพวกนั้นได้ และเนื่องจากการพูดว่าร้ายตนเองนั้นมักเกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง และบางทีก็อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว เราจึงไม่ควรปล่อยให้ใครหรืออะไรก็ตามมาตัดสินตัวตนเรา

ตัวอย่างทัศนคติที่ไม่ดีและอาจทำให้เกิดผลร้ายแรง ได้แก่ “คุณนี่ไม่มีอะไรดีเลยจริงๆ ทั้งน่ารังเกียจ ไร้ความสามารถ ทำอะไรก็ไม่ได้ ไม่มีอะไรพิเศษเลย แถมยังไร้ค่าอีกด้วย”

ส่วนการย้ำเตือนตนเองในด้านดีๆ ได้แก่ “ฉันเป็นคนที่ดีและมีความสามารถ ฉันเป็นคนเข้มแข็ง มีพรสวรรค์หลากหลายด้าน และมีเป้าหมายชีวิตที่ฉันต้องการ” เพราะบางครั้งโลกเราก็เต็มไปด้วยทัศนคติที่ไม่ดี เราจึงควรหาทางตอบโต้กับเสียงแง่ลบเหล่านั้นให้ได้

จงยืนยันและย้ำเตือนตนเองถึงความดีงาม ไม่ใช่คอยเหยียบย่ำซ้ำเติมตนเอง

3. สร้างแรงจูงใจให้ตนเอง (SelfMotivation)

หากคุณมัวแต่รอแรงจูงใจหรือกำลังใจจากคนอื่นเพียงอย่างเดียว โอกาสในการเอาชนะใจตัวเองก็อาจหนีไปไหนต่อไหนแล้วก็ได้ การที่จะทำให้ดีที่สุดในแต่ละวันนั้น สิ่งสำคัญคือแรงผลักดันที่มาจากภายในตัวเราทั้งนั้น แม้ว่าชีวิตในแต่ละวันจะมีขึ้นมีลงบ้าง แต่ก็จงหมั่นสร้างแรงจูงใจที่จะผลักให้ตัวเองได้ทำสิ่งต่างๆ อย่างดีที่สุดเสมอ เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว ในท้ายที่สุดก็อาจจบลงด้วยการใช้ชีวิตขาดๆ หายๆ หรือมานั่งเสียใจในภายหลังก็เป็นได้

กล่าวได้ว่า แรงจูงใจ คือเหตุผลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังของการที่เราจะทำหรือไม่ทำบางสิ่ง ซึ่งแรงจูงใจที่มาจากความต้องการผลตอบแทนหรือต้องการหลีกเลียงผลลัพธ์แย่ๆ นั้น เทียบไม่ได้กับการมีแรงจูงใจที่มาจากความสนใจอะไรบางอย่างอย่างจริงจัง กล่าวคือ การรับรู้ว่าตนเองสนใจในสิ่งใดอย่างลึกซึ้งและยกสิ่งเหล่านี้มาสร้างแรงจูงใจให้กับตนเอง จะช่วยสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีเกินความคาดหมาย

“จงสร้างแรงจูงใจให้กับตนเอง ไม่ใช่แค่เพียงคิดถึงแต่ตนเอง

4. เป็นตัวของตัวเอง (SelfDifferentiation)

ต้องเข้าใจว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้คนเข้ามาอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม พวกเขามักจะสร้างกำแพงทางอารมณ์อันทรงพลังเอาไว้ด้วยเสมอ ซึ่งกำแพงที่ว่านี้มีความสามารถในการชักนำผู้คนให้เข้ามาเกี่ยวพันกันโดยเฉพาะทางด้านการคิด จนเกิดเป็น “การคิดแบบพวกมากลากไป(group think)” หรือการเออออตามพรรคพวก สิ่งนี้เองที่ทำให้ขาดคนที่จะเข้ามามีส่วนในการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างออกไป ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการเรียนรู้

และเมื่อไหร่ก็ตามที่เราสามารถปลีกตัวออกมาได้ แล้วเป็นตัวของตัวเองได้แล้วนั้น เราก็จะกลายเป็นคนที่กำหนดตัวของเราเอง ว่าเราจะเป็นคนยังไงหรือเป็นคนแบบไหน ซึ่งหมายความว่า เราจะมีความเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด มีทางเลือกในชีวิต และมีอิสรภาพมากขึ้นกว่าเดิม รวมถึงสามารถแสดงความคิดเห็นส่วนตัวออกมาเสนอได้โดยที่ไม่ต้องเป็นเหยื่อของความคิดใครด้วย

“จงฝึกฝนการเป็นตัวของตัวเอง ไม่ใช่มัวแต่ทำตามคนอื่น”

5. รักตัวเอง (SelfLove)

แม้ว่าคนเราจะสามารถ “รักคนอื่นได้เท่ากับการรักตัวเอง” แต่การจะรักผู้อื่นโดยที่ไม่สนใจไยดีตัวเองเลยนั้น โดยมากแล้วมักจะเป็นแค่การกระทำอันสิ้นหวังเพื่อเรียกร้องการยอมรับจากผู้อื่นเท่านั้น และบางครั้งการหวังให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่คนอื่นก็อาจนำมาซึ่งความเจ็บปวดและความผิดหวังได้ แต่การหวังสิ่งที่ดีที่สุดแก่ตัวเองนั้น จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมมากกว่า กล่าวคือ คุณต้องรักและเอาใจใส่ตัวเองให้มากที่สุดเสียก่อน แล้วจึงค่อยไปรักและเอาใจใส่คนอื่น เพราะหากเราไม่รักตัวเองแล้ว ชีวิตเราก็จะย่ำแย่ลงเรื่อยๆ และไม่มีแรงเหลือพอที่จะไปเอาใจใส่ผู้อื่นต่อไปได้นั่นเอง

“จงรักตนเอง ไม่ใช่รักในการอุทิศตนเองเพื่อผู้อื่น”

หลักการพัฒนาตนเองทั้ง 5 ข้อนี้จะช่วยให้คุณค้นพบและแสดงออกถึงตัวตนและสิ่งที่คุณต้องการได้ ซึ่งการจะ “เอาชนะใจตนเอง” ได้นั้นจะไม่สามารถบรรลุได้เลยหากขาดข้อใดข้อหนึ่งไป

 

Source : success

 

คุณคิดเห็นว่าอย่างไร?