11 คุณประโยชน์ของ ‘การตื่นเช้า’ ที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จ

4333

สำหรับใครหลายๆ คน การตื่นเช้าเป็นสิ่งที่ลำบากและน่าเบื่อสุดๆ แน่นอนว่าคุณต้องเคยเจอเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนนักเรียนประเภทที่ดูร่าเริงจนน่าเหลือเชื่อในยามเช้าบ้างใช่ไหม? คนประเภทที่ยิ้มร่าเริงแถมยังพูดถึงสิ่งดีๆ ที่เขาได้ทำในยามเช้า เช่น วันนี้ตอนเช้าผมไปวิ่งรอบหมู่บ้านมา อากาศดีสุดๆ ไปเลย วันนี้ตอนเช้าฉันได้ไปนั่งกินร้านอาหารเช้าร้านนึงแถวบ้าน อร่อยมากๆ แล้วคุณก็มองย้อนกลับมาดูตัวเอง ในเวลาที่พวกเขาเหล่านั้นได้เริ่มต้นวันใหม่อย่างแจ่มใส คุณกลับเพิ่งจะลุกออกจากเตียงด้วยความงัวเงียแล้วก็ต้องเร่งรีบมาที่ทำงาน เพราะว่าคุณสายแล้ว!

เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้คนที่ชอบตื่นเช้ายังไงก็ได้เปรียบกว่าเห็นๆ ถ้าไม่เชื่อจะลองถาม CEO ชื่อดังเหล่านี้ดูก็ได้ Tim Cook (Apple), Indra Nooyi (PepsiCo) หรือไม่ก็ Jack Dorsey (Twitter)

แล้วคุณจะผันตัวมาเป็นเทพแห่งการตื่นเช้าได้อย่างไรล่ะ? ก็จริงอยู่ที่ว่ามันอาจจะรู้สึกเหนื่อยหน่อยในระยะแรก แต่รับประกันได้เลยว่ามันจะส่งผลดีในระยะยาวอย่างแน่นอน

ถ้าคุณอยากได้หลักฐานที่ว่า ทำไมการตื่นนอนและเริ่มต้นวันใหม่ตั้งแต่เช้าถึงเป็นเรื่องที่คุ้มค่ากับชีวิตแล้วล่ะก็ ลองอ่าน 11 ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการตื่นแต่เช้า นี้ดู ไม่แน่ว่ามันอาจเป็นแรงบันดาลใจให้คุณนึกอยากลุกจากที่นอนอย่างเร็วไวก่อนพระอาทิตย์จะขึ้นก็เป็นได้นะ

1. คุณจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานยิ่งกว่าที่เคย

ถ้าถามว่า ควรทำอย่างไรถึงจะประสบความสำเร็จในชีวิตและการทำงาน ตอบได้ง่ายๆ เลยว่า “แค่ตื่นแต่เช้าก็พอ”

ตามที่ Harvard Business Review ได้รายงานไว้ก่อนหน้านี้ว่า นักชีววิทยานามว่า Christoph Randler เขาพบว่า “กลุ่มคนที่ทำงานได้ดีที่สุดในช่วงเช้า มักจะมีโอกาสประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานมากกว่าผู้ที่เพิ่งจะมาตื่นตัวในช่วงเย็น เนื่องจากพวกเขามักไม่รอช้าและลงมือทำงานอย่างเร็วไว”

ซึ่งจากการสำรวจนักศึกษามหาวิทยาลัยจำนวน 367 คน พบว่า กลุ่มนักศึกษาที่ตื่นเช้ามีแนวโน้มที่จะตั้งเป้าหมายในระยะยาว และมุ่งมั่นในการก้าวตามความฝันของตัวเองมากกว่า

2. คุณจะเลิกผลัดวันประกันพรุ่ง

“ผู้คนที่ตื่นเช้าจะไม่ผลัดสิ่งที่สามารถทำได้ในวันนี้ เพื่อไปทำในวันต่อไป”

Eric Jaffe ได้กล่าวไว้ในงานเขียน Fast Co Design ว่า งานวิจัยหนึ่งของมหาวิทยาลัย DePaul ในปี 1997 พบว่าผู้คนที่ชอบทำงานตอนเย็นมีแนวโน้มในการผลัดวันประกันพรุ่งมากกว่า และการวิจัยในเวลาต่อมายังพบว่า วัยรุ่นที่ชอบทำงานตอนเย็นมักจะมีแนวโน้มชอบผลัดวันประกันพรุ่ง และต้องตรากตรำกับการเรียนมากกว่าผู้ที่ชอบตื่นเช้า

การผลัดวันประกันพรุ่งเป็นนิสัยที่ไม่ควรมีติดตัวเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมันจะเป็นอุปสรรคต่อความเจริญก้าวหน้าและการพัฒนาตัวเอง ดังนั้น ถ้าหากคุณกำลังเผชิญกับปัญหานี้อยู่ล่ะก็ การเปลี่ยนมาเริ่มต้นวันใหม่ตั้งแต่เช้าตรู่ก็ดูน่าจะช่วยได้ไม่น้อยเลย

3. มันจะส่งผลดีเมื่อคุณเริ่มมีอายุมากขึ้น

จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร Emotion กล่าวว่า มีนักวิจัยหลายคนค้นพบว่า วัยรุ่นตอนปลายมักจะมีนิสัยที่ไม่ชอบตื่นเช้ากัน อย่างไรก็ตาม มีบางรายงานที่ค้นพบว่า “การตื่นเช้ามีแนวโน้มที่จะช่วยส่งเสริมให้มีสุขภาพที่ดีเมื่อถึงช่วงวัยกลางคน”

ฉะนั้นแล้ว ก็อย่าลืมตักตวงโอกาสในการสร้างลักษณะนิสัยที่ดีกันเสียตั้งแต่ยังเด็ก เพื่อที่ว่าเมื่อแก่ตัวไปจะได้รับผลกำไรจากลักษณะนิสัยนี้

4. มันจะทำให้คุณมีความคิดในเชิงบวกมากขึ้น

งานวิจัยหนึ่งในปี 2012 ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร Emotion ค้นพบว่า ผู้คนที่ตื่นเช้ามักมีพื้นฐานทางอารมณ์ในเชิงบวกมากกว่าคนตื่นสาย ซึ่งนักวิจัยได้สันนิษฐานว่า ความคิดในแง่บวกที่เกิดขึ้นเป็นผลเชื่อมโยงมาจากจังหวะของนาฬิกาชีวภาพในร่างกายมนุษย์

5. คุณจะมีความเด็ดเดี่ยว และให้ความร่วมมือในการทำงานร่วมกับผู้อื่นมากขึ้น

จากนิตยสาร Fast Co Design มีงานวิจัยหนึ่งในปี 2011 พบว่า ผู้คนที่โปรดปรานชีวิตยามเช้ามักจะมีลักษณะของความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ น่าคบหา ประพฤติตัวเหมาะสม มีการทำงานในเชิงรุก และมักจะให้การร่วมมือในการทำงานเป็นอย่างดี ซึ่งนับว่าเป็นลักษณะนิสัยที่ควรมีติดตัวไว้เป็นอย่างยิ่ง

6. การเลื่อนเวลาปลุกออกไปบ่อยๆ อาจทำลายวันดีๆ ได้ทั้งวัน

“ถ้าคิดจะเลื่อนเวลาปลุกออกไป ก็เตรียมโบกมืออำลาให้ความสำเร็จได้เลย!”

การตื่นขึ้นมาแล้วกดเลื่อนเวลาปลุกเพื่อที่จะกลับไปนอนต่อ จะทำให้เกิด การนอนหลับอย่างไม่ต่อเนื่อง หรือ Fragmented Sleep และมันจะส่งผลไปยังวงจรการนอนหลับของคุณ ซึ่งนำไปสู่อาการง่วงเหงาหาวนอนอยู่ตลอดเวลา มีการศึกษาหนึ่งในปี 2011 ที่ได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสาร American Journal of Clinical Nutrition พบว่า การนอนหลับอย่างไม่ต่อเนื่องจะทำให้เกิดความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าในแต่ละวัน

ดังนั้น แทนที่จะพยายามตักตวงเวลาเพียงแค่สองสามนาทีเพื่อที่จะได้พักผ่อนสายตา ลองเปลี่ยนเป็นตื่นขึ้นมาแล้วลุกออกจากเตียงอย่างเด็ดขาด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีในภายภาคหน้าจะดีกว่า

7. การตื่นเช้าสามารถป้องกันโรคซึมเศร้าได้

โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้คนที่ชอบอยู่ดึกๆ มักมีแนวโน้มเป็นโรคซึมเศร้าจริงหรือ? จากงานวิจัยหนึ่งในปี 2010 พบว่า ลักษณะของการเป็น “บุคคลยามเย็น” ที่ชื่นชอบการบริหารจัดการชีวิตและกิจกรรมต่างๆ รวมถึงพฤติกรรมการนอนในช่วงเย็น มีโอกาสก่อให้เกิดอัตราภาวะซึมเศร้าที่มากกว่าปกติ

8. คุณจะมีเวลาในการทำสิ่งที่ชอบมากกว่าที่เคย

ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาสได้ทำงานในสิ่งที่ตัวเองชอบ ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ใครหลายคนหางานอดิเรกเล็กๆ ทำเพิ่ม ซึ่งการตื่นแต่เช้าจะช่วยให้คุณมีเวลาในการทำอะไรที่ชอบจริงๆ มากขึ้น ก่อนที่จะต้องไปเผชิญกับความวุ่นวายของงานในแต่ละวัน

ในบทความ Eye of the Storm” ของนิตยสาร Psychology Today Ray Williams ได้กล่าวถึงการศึกษาของ Laura Vanderkahm ภายใต้หัวข้อ “ผู้คนที่ประสบความสำเร็จสูงมักจะทำอะไรก่อนเวลาอาหารเช้า? (What the Most Successful People Do Before Breakfast)” ซึ่งเธอได้ระบุว่า ผู้ที่ประสบความสำเร็จมักจะใช้เวลาในช่วงเช้าไปกับการทำงานอดิเรกเล็กๆ ที่ตัวเขาเองชื่นชอบ

9. คุณจะสามารถหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้เสียสุขภาพได้มากขึ้น

ถ้าใครอยากจะเลิกนิสัยเสียที่แก้ไม่หาย ขอให้ลองแปลงกายมาเป็นมนุษย์ยามเช้าดู

เนื่องจากมีการศึกษาในปี 2004 ที่ยืนยันว่า ผู้คนที่จะกระตือรือร้นในช่วงเย็นมักจะมีแนวโน้มในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่มากกว่าคนปกติ

10. คุณจะเผชิญกับภาวะความเครียดน้อยลง

สำหรับผู้คนที่ชื่นชอบการนอน การต้องตื่นขึ้นมาเผชิญหน้ากับวันใหม่อาจเป็นอะไรที่ฟังดูน่าปวดหัวเอามากๆ อย่างไรก็ตาม มีหลักฐานงานวิจัยที่บ่งชี้ว่า การตื่นนอนแต่เช้าจะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

จากนิตยสาร Fitness Magazine นักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยลอนดอนได้ค้นพบว่า ผู้คนที่ตื่นขึ้นมาราวๆ 7 โมงเช้าในแต่ละวัน มีแนวโน้มความเครียดที่ต่ำกว่าผู้ที่ตื่นสายกว่านั้น

11. คุณจะมีน้ำหนักที่คงที่

ถ้าอยากจะลดน้ำหนักล่ะก็ การตั้งนาฬิกาปลุกใหม่ให้ไวกว่าเดิมก็นับว่าเป็นความคิดที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว เนื่องจาก Huffington Post ได้รายงานว่า นักวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย Northwestern ค้นพบว่า การตื่นขึ้นมาเริ่มต้นวันใหม่แต่เช้า มีแนวโน้มทำให้ค่า BMI ลดน้อยลงกว่าเดิม

 

Source : Business Insider

คุณคิดเห็นว่าอย่างไร?